
เขาดินสอ 2556
ผมเองต้องนับว่าเป็น “คนเดือนตุลาฯ” กับเขาคนหนึ่ง เพราะถึงเดือนตุลาฯ คราใด จะมีอาการอยู่ไม่สุขครานั้น
ผมเองต้องนับว่าเป็น “คนเดือนตุลาฯ” กับเขาคนหนึ่ง เพราะถึงเดือนตุลาฯ คราใด จะมีอาการอยู่ไม่สุขครานั้น
นั่นเพราะเดือนตุลาฯ เป็นเวลาทองของพวกเหยี่ยวอพยพ ประกอบกับผมเป็นพวกชอบถ่ายรูปแบบ BIF ย่อจาก Bird in Flight เวลาทองของฝูงเหยี่ยว จึงเป็นเวลาทองของผมไปโดยปริยาย ได้ออกล่ารูปแอ็กชั่นของพวกมัน
องค์ประกอบสำคัญที่สุดอีกอย่าง เมืองไทยเรามีจุดดูเหยี่ยวอพยพที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปเอเชีย ชื่อ เขาดินสอ อ.ปะทิว จ.ชุมพร มันโด่งดังจนฝรั่งแปลชื่อให้เสร็จสรรพ จาก Khao Dinsor กลายเป็น Pencil Hill กันเลยทีเดียว Amazing อิอิ
ตุลาฯ ปีนี้ ผมจึงไม่พลาด ไปปีนเขาดินสอมาเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่สัปดาห์แรกของเดือน ตอนที่เขียนต้นฉบับอยู่นี่ ใบหน้าที่ดำคล้ำเพราะเปลวแดดแผดเผา เริ่มกลับมาเป็นปกติแล้ว (แต่ก็ยังดำอยู่ดีแหละ แหะๆ)
ปีนี้ไม่เหมือนปีก่อนตรงที่มีผู้ร่วมเดินทาง รวมเป็น 3 คน มันไม่ดูมุ่งมั่นเกินเหตุอย่างปีที่แล้วที่ผมตะลุยเดี่ยวมาเขาดินสอ จำนวนลูกหาบจึงเพิ่มเป็น 3 คน ซึ่งก็เป็นน้องๆ นักศึกษาอาชีวะที่มาหารายได้พิเศษ ใช้ความหนุ่ม+ความบักอึด ขนอุปกรณ์ถ่ายภาพ เสบียง น้ำดื่ม และทุกอย่าง ปีนป่ายความชันทั้งขาขึ้นขาลง
ใครจะไปดูเหยี่ยวอพยพที่เขาดินสอ ผมอยากให้ช่วยๆ กันใช้บริการลูกหาบ ค่าบริการขึ้นลงรวม 350 บาทเท่านั้น นอกจากถนอมสังขารร่างกายแล้ว ยังเป็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและเยาวชนผู้รักดีด้วย
พวกผมยึดทำเลศาลา 3 บนเขาดินสอ ตรงนั้นจะมองเห็นฝูงเหยี่ยวบินจากทะเลเข้าสู่หัวเขา แล้วพุ่งตรงมายังศาลา ตัวท้าทายการถ่ายรูปแบบ BIF เห็นจะเป็นเหยี่ยวนกกระจอกพันธุ์จีน (Chinese Sparrowhawk) กับเหยี่ยวนกกระจอกพันธุ์ญี่ปุ่น (Japanese Sparrowhawk) พวกตัวมันเล็ก บินฉวัดเฉวียน ยิ่งทิศทางลมตรงนั้นเป็นลมส่งท้ายด้วย เหยี่ยวพวกนี้ที่เร็วอยู่แล้ว ยังเร่งความเร็วได้อีกราวเปลี่ยนเกียร์
การลั่นชัตเตอร์เร็วไปนิดเดียว เราจะได้เหยี่ยวตัวจิ๋วในเฟรมภาพ ช้าไปนิดเดียว ก็จะแพนกล้องไล่ตามความไวปานจรวดไม่ทัน
เพลินๆ มันๆ หมดวันไม่รู้ตัวเลยทีเดียว







