
รากหญ้ากระอัก"โจรชุมจริงขโมยกันจัง"
ช่วงนี้ขโมยขโจรชุกชุมเสียเหลือเกิน อาจเป็นเพราะว่าตำรวจมัวแต่จัดกำลังไปดูแลผู้ชุมนุมใน กทม. ไม่ค่อยมีเวลามาป้องกัน ทำให้โจรได้ใจก่อเหตุถี่ยิบ
ช่วงนี้ขโมยขโจรชุกชุมเสียเหลือเกิน อาจเป็นเพราะว่าตำรวจมัวแต่จัดกำลังไปดูแลผู้ชุมนุมใน กทม. ไม่ค่อยมีเวลามาป้องกัน ทำให้โจรได้ใจก่อเหตุถี่ยิบ
โดย...ธนก บังผล
ช่วงนี้ขโมยขโจรชุกชุมเสียเหลือเกิน อาจเป็นเพราะว่าตำรวจมัวแต่จัดกำลังไปดูแลผู้ชุมนุมใน กทม. ไม่ค่อยมีเวลามาป้องกัน ทำให้โจรได้ใจก่อเหตุถี่ยิบ ยกเค้าตั้งแต่ข้าวในยุ้งฉาง พืชไร่ที่ปลูกไว้ จนถึงวัวควายสัตว์เลี้ยง เสมอภาคเท่าเทียมกันเพราะหัวขโมยสมัยนี้ไม่เลือกข้างรวยหรือจน แดงหรือเหลืองขอให้มีทรัพย์สินขายได้ยกเค้าเอาดะ
ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้านควายใน ต.บ้านป่า อ.เมือง จ.พิษณุโลก ถูกคนร้ายใช้รถกระบะมาจอดซุ่มในที่เปลี่ยวข้างทาง แล้วลงมือไปต้อนฝูงควายที่ขังในไว้คอกขึ้นรถกระบะหลบหนีไปหน้าตาเฉย ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรกเลย คนร้ายก่อเหตุลักษณะคล้ายกันซ้ำแล้วซ้ำอีก เฉพาะเดือน เม.ย. เดือนเดียวทุยเพื่อนรักถูกต้อนไปแล้วกว่า 10 ตัว
พฤติกรรมดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านอย่างมาก เนื่องจากเกษตรกรยึดอาชีพเลี้ยงควายเป็นอาชีพหลัก ควายแต่ละตัวที่ถูกขโมยไปต้องใช้เวลาเลี้ยง 2-3 ปี มูลค่าซื้อขายในตลาดตัวละ 2.5หมื่นบาท แม้ทางตำบลจะมีแผนเฝ้าระวังแก๊งขโมยควาย เพราะทราบข่าวแก๊งนี้ออกอาละวาดไปทั่ว แต่ก็ไม่พ้นเงื้อมมือโจร
อีกราย นายเงิน การเกศ ชาวนา จ.บุรีรัมย์ ตื่นเช้ามาก็พบว่าทุยเพื่อนรักถูกจิ๊กโก๋มือดีจูงหายจ้อยไปในความมืด เพราะจนจริง จึงเจ็บใจแสนสาหัส ใครไม่จนไม่รู้ถึงความรู้สึก นายเงินร้องไห้ไม่อายฟ้าอายดิน เพราะเป็นควายที่เหลือ 3 ตัวสุดท้าย คนมีอาชีพทำนาเลี้ยงควายมากว่า 30 ปี ได้พึ่งพาอาศัยแรงไถนาแทนคูโบต้าเป็นประจำทุกปี เลี้ยงไปก็ขยายพันธุ์ไป หากวันไหนขัดสนจำเป็นจริงๆ ก็ยังนำไปขายได้
พูดแล้วเศร้าเขาผูกพันกับเจ้าทุยมากมาย มันทำให้เขาส่งเสียลูก 4 คน เรียนจบปริญญาตรี บางคนก็จบออกมาเป็นวิศวกร ไม่ให้รักอย่างไรไหว น้ำตาจึงไหลแบบสุดกลั้น ถัดไปอีกอำเภอควายของนางไทร บุญมาก ของนางรินทร์ การเกศ เกษตรกรอำเภอลำปลายมาศก็หายไปถึง 11 ตัวภายในคืนเดียว
ควายที่หายส่วนใหญ่จะผูกเลี้ยงไว้ตามต้นไม้ทุ่งนาข้างหมู่บ้าน กลุ่มโจรได้ตัดเชือกที่ผูกควายออก แล้วจูงไปขึ้นรถบรรทุกที่เตรียมไว้ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร ทั้งรักทั้งเสียดาย กลุ่มชาวบ้านที่ถูกขโมยควายเจียดเงินกันคนละนิดละหน่อย ตั้งรางวัลนำจับ ใครเอาควายมาคืนได้ ให้ไปเลยตัวละ 2,000 บาท แต่เวลาผ่านมาจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้ควายคืน
ควายหายระบาดไปทั่วอีสานเลยขึ้นไปถึง จ.ลำปาง นายประการ อินทรปัญญา และนายสวิง อินญาวิเลิศชาวนา อ.ห้างฉัตร ก็โดนฉกควายที่เลี้ยงไว้ในคอกกลางทุ่งนาหายไป 9 ตัวในคืนเดียว คนร้ายเอารถมาจอดหน้าคอกแล้วลากขึ้นกันเลย
จ.พิษณุโลก ก็ไม่น้อยหน้ากัน นายสมพงษ์ ขำมายึดอาชีพเลี้ยงควายขายมาหลายปีแล้ว มีควาย 1 ฝูง19 ตัว ช่วงกลางวันจะปล่อยออกจากคอกข้างบ้านพัก|ให้ออกไปเล็มหญ้ากลางทุ่งนา ส่วนช่วงเย็นก็ต้อนฝูงควายเข้าคอกที่ล้อมด้วยไม้ไผ่
ตื่นมาตอนตี 3 คอกถูกเปิดและควายตัวเมียหายไปจำนวน 3 ตัว ชาวบ้านเห็นรถกระบะมาจอดอยู่บนถนนริมคลองชลประทาน ห่างจากบ้านผู้เสียหาย 2 กิโลเมตร ก่อนจะต้อนควายขึ้นขับหลบหนีไป
อย่างไรก็ตาม ทุกกรณี เชื่อหรือไม่ โจรเหล่านี้รอดเงื้อมมือกฎหมายตำรวจตามจับไม่ได้ เพราะคนที่กล้าเข้ามาก่อเหตุจะรู้วิถีชีวิตชาวบ้านละแวกนั้นเป็นอย่างดี เมื่อขโมยไปก็หายเข้ากลีบเมฆ หากเจ้าของตามมาเจอ ไม่ซวยจริงก็คงอ้างไปได้เรื่อยๆ ว่า ควายที่ไหนหน้าตาก็เหมือนกันทั้งนั้น ชาวบ้านก็คงได้แต่ร้องเพลงรอชะ ชะ ช่า ใครว่ะ ขโมยควายไป ... เวรกรรมชาวนา
อาจเป็นเพราะเศรษฐกิจตกสะเด็ก ทำมาหารับประทานยากเย็นแสนเข็ญไม่ใช่เฉพาะควายถูกขโมย|ข้าวในยุ้งฉางก็ถูกหัวขโมยไม่ได้รับเชิญขนไปเกือบยกยุ้งฉาง ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ ได้รับแจ้งจากนายปิยะ ศานติโสภณ ชาวนาบ้านตราดระบอบ ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ว่า ข้าวเปลือกถูกคนร้ายโจรกรรมไปจนหมดยุ้งฉางกว่า 30 กระสอบ
ตรวจยุ้งฉางพบร่องรอยการโกยข้าวเปลือกให้เห็น และมีข้าวเปลือกเหลืออยู่บนพื้นยุ้งฉางไม่มากนัก ตำรวจสันนิษฐานคนร้ายน่าจะเป็นคนรู้จัก ใช้ช่วงเวลาที่เจ้าของไม่อยู่บ้านขึ้นไปโกยข้าวเปลือกใส่กระสอบ แล้วทยอยขนออกไปทีละกระสอบ ซึ่งน่าจะใช้เวลาขโมยหลายวันกว่าจะหมดยุ้งฉาง เจ้าของไม่ทันสังเกต เสียหายกว่า3 หมื่นบาท ตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุก็ทำได้แค่บันทึก
ประจำวัน เฮ้ย!!...
เหตุโจรกรรมข้าวเปลือกในพื้นที่ จ.สุรินทร์ เคยเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว ช่วงต้นเดือน ม.ค. ข้าวเปลือกภายในยุ้งฉางของวัดสุวรรณาราม หรือวัดบ้านหลักวอ ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ก็ถูกคนร้ายขโมยข้าวเปลือกหอมมะลิไปถึง 62กระสอบ คนร้ายงัดประตูของยุ้งฉาง|ก่อนช่วยกันยกกระสอบข้าวที่บรรจุไว้ใส่รถบรรทุกหนีหายไปหมด
ชาวบ้านหนองกุง ต.หนองบัว อ.ศีขรภูมิ ก็มีชะตากรรมไม่แตกต่างกัน ถูกคนร้ายใช้รถปิกอัพออกตระเวนขโมยข้าวเปลือกที่เก็บไว้ภายในบ้านและยุ้งฉางไปหลายราย สูญข้าวเปลือกหอมมะลิไปกว่า 30 กระสอบ
เช่นเดียวกับที่บ้านหนองไผ่ ต.ขวาวใหญ่ อ.ศีขรภูมิ อยู่ห่างจากหมู่บ้านหนองกุง ประมาณ 2 กิโลเมตร ข้าวเปลือกหอมมะลิก็ถูกขโมยไปหลายรายเช่นกัน โดยเฉพาะที่บ้านของนางปรีดา จูบแก้ว ชาวบ้านหนองไผ่ ถูกขโมยไปถึง 28กระสอบ ล้วนเป็นข้าวเปลือกหอมมะลิคัดคุณภาพเมล็ดข้าวเพื่อใช้ทำพันธุ์สำหรับปลูกในฤดูกาลใหม่ทั้งนั้น
ยังไม่รวมในพื้นที่บ้านสวรรค์น้อย ต.ปรือ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ที่ข้าวเปลือกหอมมะลิที่ฝากเก็บไว้ที่ธนาคารข้าวของหมู่บ้านถูกโจรขโมยไปถึง 30 กระสอบ รวมถึงในพื้นที่ ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ ก็โดนขโมยด้วยเช่นกัน เรียกว่ามหกรรมฉกข้าวเปลือกหอมมะลิก็ว่าได้
ความเดือดร้อนไม่ใช่มีแค่อาชีพเลี้ยงควาย ปลูกข้าวหอมมะลิเท่านั้น แม้แต่ปลูกพืชกินผลก็ถูกลักขโมยเหมือนกัน โดยนายสำเรือน เดชพุ้ง เกษตรกร ต.โพธิ์รังนก อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้แบบยกร่อง 8 ไร่ กว่า 400 ต้น ถูกขโมยมาย่องฉกไปกว่า 500 กิโลกรัม ทั้งที่จะเก็บขายอีก 2 วันข้างหน้า มะม่วงน้ำดอกไม้ตกอยู่กิโลกรัมละ 25 บาท คิดเป็นเงินประมาณ 12,500 บาท
เขาเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นแม่ค้ามะม่วงคนหนึ่งที่เคยขับรถเข้ามาดูมะม่วงที่สวนและบอกว่ามะม่วงดกจังขอซื้อกิโลกรัมละ 20 บาทแต่ไม่ยอมขาย ให้หลัง 2 วันขโมยก็มาเก็บโดยไม่ขออนุญาต แต่ที่ช้ำใจเขาบอกว่าไปแจ้งตำรวจกับได้รับคำตอบว่าไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะไม่รู้ว่าใคร !!!







