
สัปดาห์นี้มีประเด็น
21 ต.ค. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ จะเรียกประชุมข้าราชการระดับสูงและคณะเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมกรณีศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) จะตัดสินคดีที่ประเทศกัมพูชายื่นขอตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารเมื่อปี 2505 และจะเสนอต่อนายกรัฐมนตรีให้ตั้งคณะทำงานชุดพิเศษเพื่อเจรจากับกัมพูชาเพื่อป้องกันการกระทบกระทั่ง
21 ต.ค. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ จะเรียกประชุมข้าราชการระดับสูงและคณะเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมกรณีศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) จะตัดสินคดีที่ประเทศกัมพูชายื่นขอตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารเมื่อปี 2505 และจะเสนอต่อนายกรัฐมนตรีให้ตั้งคณะทำงานชุดพิเศษเพื่อเจรจากับกัมพูชาเพื่อป้องกันการกระทบกระทั่ง
ขณะที่ในวันที่ 22 ต.ค. นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ และนายสมบูรณ์ ทองบุราณ แกนนำแนวร่วมคนไทยรักชาติ รักษาแผ่นดิน พร้อมสมาชิกจะเดินทางยื่นหนังสือแสดงเจตนารมณ์ปฏิเสธอำนาจของศาลโลกและการกระทำของรัฐบาลไทย กรณีพิพาทไทยกัมพูชา ที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ พร้อมยื่นรายชื่อประชาชนที่เห็นด้วย 8.5 ล้านรายชื่อ ต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติถาวร 5 ชาติ โดยวันที่ 22 ต.ค. จะไปยื่นเรื่องที่สถานทูตสหรัฐและอังกฤษ วันที่ 23 ต.ค. จะไปที่สถานทูตจีน วันที่ 24 ต.ค. จะไปยื่นที่สถานทูตรัสเซียและฝรั่งเศส
25 ต.ค. ต้องติดตามการปรับตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย ว่าจะเป็นอย่างไร หลังจากที่ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะโตได้ 4.2% การส่งออกโต 4% แต่ผลจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว การส่งออกลด กำลังซื้อหดตัวลง การเบิกจ่ายเงินภาครัฐก็ต่ำกว่าเป้าหมาย และมีความเสี่ยงหลายอย่างที่สร้างความเปราะบางต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด หนี้สินภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น และการขาดดุลงบประมาณ







