posttoday
มตินิรโทษสุดซอยล้างบางคดี คตส.

มตินิรโทษสุดซอยล้างบางคดี คตส.

19 ตุลาคม 2556

ปล่อยเกียร์ว่างนานร่วม 3 เดือน สำหรับการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม

โดย...ชุษณ์วัฏ ตันวานิช

ปล่อยเกียร์ว่างนานร่วม 3 เดือน สำหรับการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญที่มี “สามารถ แก้วมีชัย” สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน กระทั่งได้มีมติแก้ไขถ้อยคำตามข้อเสนอของ “ประยุทธ์ ศิริพานิชย์” รองประธาน กมธ.ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย

ถ้อยคำที่เสนอโดย ประยุทธ์ นั้นได้เป็นชนวนให้เกิดการตีความว่าอาจเป็นผลให้การนิรโทษกรรมครอบคลุมไปถึงบรรดาคดีที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ไต่สวน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งๆ ที่หลักการในการเสนอกฎหมายฉบับนี้ คือ การช่วยเหลือผู้ชุมนุมทางการเมือง

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากระหว่างการประชุมของคณะ กมธ. ในมาตรา 3 ว่าด้วยประเภทคดีที่เข้าข่ายนิรโทษกรรมเมื่อวันที่ 18 ต.ค. ปรากฏว่า ประยุทธ์ ได้เสนอปรับเเก้เนื้อหาเพื่อให้การนิรโทษกรรมมีความครอบคลุมมากขึ้น โดยมีข้อความดังนี้

“การกระทำของบุคคลหรือประชาชนที่เกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้งทางการเมือง หรือที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำผิดโดยคณะบุคคลหรือองค์กรที่จัดตั้งขึ้นภายหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 รวมทั้งองค์กรหรือหน่วยงานที่ดำเนินการในเรื่องดังกล่าว สืบเนื่องต่อมาที่เกิดขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2547–วันที่ 8 ส.ค. 2556 ไม่ว่าผู้กระทำจะได้กระทำในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำ หรือผู้ถูกใช้

...หากการกระทำนั้นผิดต่อกฎหมาย ก็ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง”

ทันทีที่ ประยุทธ์ เสนอ กมธ.เสียงข้างน้อยจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้แสดงท่าทีคัดค้านจำนวนมาก โดยโจมตีว่าเนื้อหาดังกล่าวจงใจล้างความผิดโดยเฉพาะคดีซุกหุ้นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ถูก คตส.กล่าวหา ซึ่งต่อมานำไปสู่คำสั่งยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท

“แก้วสรร อติโพธิ” อดีตเลขานุการ คตส.ในฐานะ กมธ. กล่าวคัดค้านว่า คดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคดีความผิดเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่น หากมีการนิรโทษจะถือว่าขัดต่อหลักการและเหตุผลของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ที่นำเสนอต่อสภา อีกทั้งการนิรโทษกรรมในอดีตที่ผ่านมาไม่เคยพบว่ามีการออกกฎหมายเพื่อล้างผิดคดีทุจริตคอร์รัปชั่นมาก่อน

“หากแก้ไขเช่นนี้ ผู้ที่ได้รับประโยชน์คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบุคคลเดียวที่ถูก คตส.ดำเนินคดีในประเด็นคอร์รัปชั่น ซึ่งหากมาตรา 3 เป็นไปตามที่แก้ไข อาจทำให้เกิดความวุ่นวายมากขึ้น” แก้วสรร ระบุ

ขณะที่ กมธ.ในซีกของพรรคประชาธิปัตย์รายอื่น ทั้ง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรค “ถาวร เสนเนียม” สส.สงขลา “ธนา ชีรวินิจ” สส.กทม. และ “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” สส.พัทลุง ต่างคัดค้านและขอให้ที่ประชุมคณะ กมธ.ปรับแก้มาตรา 3 เพื่อให้การนิรโทษกรรมครอบคลุมเฉพาะผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เท่านั้น

ทุกเสียงคัดค้านจากเสียงข้างน้อยที่ออกมากลับไม่ได้รับคำชี้แจงจาก ประยุทธ์ เลยแม้แต่น้อย จนในที่สุดเสียงข้างมากของคณะ กมธ.ได้มีมติ 18 เสียง เห็นชอบให้แก้ไขร่าง พ.ร.บ.ในมาตรา 3 อันเป็นหัวใจของการนิรโทษกรรมตามความเห็นของ ประยุทธ์

แม้แต่ “พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน” หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ที่ในอดีตเป็นผู้ลงนามตั้ง คตส.เมื่อปี 2549 ในฐานะหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ก็ยังให้ความเห็นชอบกับการแก้ไขครั้งนี้ด้วย

ต่อมาที่ประชุมคณะ กมธ.ได้พิจารณามาตราที่เหลือของร่าง พ.ร.บ.จนแล้วเสร็จทั้งหมด 7 มาตรา และกำหนดให้ สส.ผู้เสนอคำแปรญัตติแก้ไขถ้อยคำในร่าง พ.ร.บ.มาชี้แจงต่อคณะ กมธ.ในวันที่ 3031 ต.ค. จากนั้นจะส่งร่างกฎหมายที่คณะ กมธ.พิจารณาเสร็จแล้วให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติในวาระที่ 2 และ 3 ในช่วงต้นเดือน พ.ย.ต่อไป

ถึงเวลานั้นบรรยากาศความขัดแย้งในสภาคงกลับมาดุเดือดอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน