posttoday
ภารกิจนอกหลักสูตร

ภารกิจนอกหลักสูตร

19 ตุลาคม 2556

ในระหว่างปี 2535 จนถึงปี 2542 ซึ่งเป็นปีที่ผมมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และเกษียณจากการทำงานประจำที่บริษัท

ในระหว่างปี 2535 จนถึงปี 2542 ซึ่งเป็นปีที่ผมมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และเกษียณจากการทำงานประจำที่บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย มีเหตุการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจที่สำคัญๆ เกิดขึ้นหลายครั้ง

เริ่มต้นตั้งแต่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬในเดือน พ.ค. 2535 ที่ประชาชน นิสิตและนักศึกษาจำนวนร้อยกว่าคนเสียชีวิตจากการประท้วงรัฐบาลของ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ทำให้เกิดประวัติศาสตร์ทางการเมือง มีการแต่งตั้งคุณอานันท์ ปันยารชุน กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่สอง

การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นต่อมาภายหลังจากนั้นไม่มีพรรคการเมืองใดเข้มแข็งพอที่จะมีเสียงข้างมาก จึงนำไปสู่การตั้งรัฐบาลผสมที่ล้มลุกคลุกคลานมาตลอด จนถึงปี 2540 ได้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ มีผลให้ประเทศไทยต้องลดค่าเงินบาท ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยล่มสลาย และมีผลกระจายไปทั่วภูมิภาคเอเชีย จนได้รับขนานนามว่าเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ “ต้มยำกุ้ง”

เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมมีภารกิจจรหรือที่ผมเรียกว่าภารกิจนอกหลักสูตรที่เพิ่มขึ้นจากงานประจำในฐานะผู้บริหารของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย

เริ่มตั้งแต่ได้รับคัดเลือกให้เป็นกรรมการในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในระหว่างปี 25362539 เป็นกรรมการของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) ในระหว่างปี 25382541 ได้รับการร้องขอจากผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย คุณชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ให้ไปเป็นประธานคณะกรรมการธนาคารมหานคร ในปี 2540 เพื่อปรับปรุงกิจการหรือควบรวมกับสถาบันการเงินอื่นที่แข็งแรงกว่า

ในปี 2542 ได้รับการเชิญชวนแกมบังคับจากผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย อีกหนึ่งท่าน คือ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ให้ไปเป็นประธานคณะกรรมการ ธนาคารไทยธนาคาร ซึ่งเกิดขึ้นจากการควบรวมธนาคารสหธนาคารและสถาบันการเงินอื่นๆ อีกหลายสิบแห่งที่ประสบปัญหาสภาพคล่อง เป็นธนาคารใหม่ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนฟื้นฟูของธนาคารแห่งประเทศไทย

ในเวลาเดียวกัน ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานหอการค้านานาชาติแห่งประเทศไทย หอการค้านานาชาติ หรือ International Chamberof Commerce (ICC) มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปารีส

ภารกิจส่วนใหญ่เหล่านี้ทำให้ผมต้องเข้าไปสัมผัสกับวงในของภาคธุรกิจการเงินและการธนาคาร และต้องเรียนรู้เพิ่มเติมอย่างรวดเร็ว ได้อาศัยประสบการณ์ที่เคยดูแลการเงินที่บริษัท เอสโซ่ มาเป็นประโยชน์บ้าง อดนึกถึงไม่ได้ว่า ในอดีตทางบ้านเคยอยากให้ผมเรียนเศรษฐศาสตร์หรือการธนาคาร เพื่อจะได้ออกมาเป็นนายธนาคาร นี่จึงเป็นการเรียนลัดโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้พรรคพวกเรียกผมว่า “วิศวกรการเงิน” หรือเพื่อนที่สนิทกันมากหน่อยก็เรียกว่า “วิศวกรโหล” ประเภทแก่แล้ว (โง่ด้วย) ยังไม่เจียมสังขาร ไม่รู้จักหาความสุขในวัยใกล้เกษียณ

หลายๆ คนคิดว่าผมคงต้องร่ำรวยจากรายได้ที่เกิดขึ้นจากงานจรเหล่านี้ แต่ข้อเท็จจริงมิได้เป็นเช่นนั้นเลย

ผมถือกติกาว่าตราบใดที่ยังทำงานประจำให้กับบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย และใช้เวลาของบริษัทไปช่วยงานเหล่านี้ ผมจะไม่รับค่าจ้างประจำอื่นใดนอกเหนือจากเบี้ยประชุมเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเป็นค่าชดเชย ค่าล่วงเวลาคนรถ หรือพนักงานผู้น้อยที่มาช่วยงาน ถือเป็นหลักปฏิบัติว่าไม่ควรมีรายได้ซ้ำซ้อน สิ่งที่ได้ยึดถือปฏิบัตินี้ได้ทำมาต่อเนื่อง

ข้อปฏิบัตินี้ปรากฏเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ขึ้นเมื่อปี 2549 ที่ผมได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผมได้แสดงความประสงค์ต่อเลขาธิการรัฐสภา ว่า จะไม่ขอรับเงินเดือนสำหรับหน้าที่เฉพาะกิจนี้ด้วยเหตุผลหลายประการ หลังจากที่มีข่าวเกิดขึ้น มีผู้แนะนำว่า แทนที่จะงดรับเงินเดือน ให้นำเงินจำนวนนี้ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเสด็จตามพระราชกุศลจะได้ประโยชน์มากกว่า

ผมจึงได้ปฏิบัติตามคำแนะนำนั้นในที่สุด

ต่อมาหลายบริษัทและหลายองค์กรได้นำวิธีที่คล้ายกันนี้ไปใช้ โดยมีกติกาว่า เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติงานและมีรายได้เกิดขึ้น ให้นำรายได้นั้นส่งมอบให้บริษัทหรือองค์กร ทั้งนี้เพื่อความเสมอภาคของพนักงานต่างๆ ที่อาจได้รับมอบหมายความรับผิดชอบที่แตกต่างกัน และไม่ควรมีรายได้พิเศษอื่นใดนอกเหนือจากรายได้ประจำ

(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท