
ชงขยายนิรโทษครอบคลุมม็อบอุรุพงษ์
"มาร์ค"ชงขยายกรอบนิรโทษครอบคลุมม็อบอุรุพงษ์ กมธ.เห็นชอบล้างผิดย้อนหลังถึงปี47
"มาร์ค"ชงขยายกรอบนิรโทษครอบคลุมม็อบอุรุพงษ์ กมธ.เห็นชอบล้างผิดย้อนหลังถึงปี47
เมื่อวันที่ 17 ต.ค.การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน มีการพิจารณาในมาตรา 3 ว่าด้วยช่วงเวลาที่ได้รับสิทธิการนิรโทษกรรม ทั้งนี้นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะเลาฯ กมธ. กล่าวว่า จากการรวบรวมข้อมูลผู้เสนอคำแปรญัตติจำนวน 139 คน พบว่าสมาชิกจำนวน 80% และในจำนวนนี้ เป็น สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จำนวนมากเสนอให้เริ่มนิรโทษตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.2548 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจรที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นผู้ดำเนินรายการ
อย่างไรก็ตามนายสงวน พงษ์มณี สส.ลำพูน ในฐานะ กมธ.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ก่อนหน้าปี 2548 ยังมีความขัดแย้งทางการเมืองโดยพบว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐใช้กฎหมายไล่จับกลุ่มวิทยุชุมชน ซึ่งถือเป็นความขัดแย้งทางการเมืองเช่นกัน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า ปชป.ในฐานะ กมธ.กล่าวว่า หากย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2547 ต้องมีการระบุให้ชัดเจนว่าเป็นเหตุการณ์ใดบ้าง เพราะในปี 2547 มีกรณีมัสยิดกรือเซะ และในปี 2548 มีเหตุการณ์ตากใบ หากคนกลุ่มนี้ระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมือง จะต้องนิรโทษบุคคลในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยหรือไม่
ทั้งนี้หลังมีการแสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง นายสามารถ แก้วมีชัย สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธาน กมธ.ขอความเห็นจากที่ประชุมว่ามีความเห็นเป็นอื่นหรือไม่ หากจะเริ่มช่วงการนิรโทษในปี 2547 ปรากฏว่าที่ประชุมไม่มีความเห็นเป็นอื่น โดยนายสามารถ ได้มอบหมายฝ่ายเลขาฯ หาข้อมูลมาสนับสนุนเพิ่มเติมว่ามีคดีใดบ้างที่เข้าข่ายหากเริ่มในปี 2547
ต่อมามีการหารือถึงช่วงระยะเวลาที่สิ้นสุดในการนิรโทษ นายประสิทธิ์ ไชยวิรัตนะ กมธ.พรรคเพื่อไทย เสนอให้สิ้นสุดในวันที่ 15 ส.ค.2556 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่เริ่มพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในวาระ 2 เป็นวันแรก เพราะหากกำหนดให้นิรโทษจนถึงวันที่ประกาศใช้ในพระราชกิจจานุเบกษา เท่ากับครอบคลุมกว้างมากเกินไป
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากยึดวันที่ 15 ส.ค.จะเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ เท่ากับกลุ่มประชาชนที่มาชุมนุมที่แยกอุรุพงษ์จะไม่ได้รับสิทธินิรโทษ ทั้งที่เป็นการชุมนุมของผู้ที่เห็นต่างจากรัฐเหมือนกัน ส่วนตัวยืนยันชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษผู้ที่ฆ่าและผู้ที่เผา แต่หาก ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ครอบคลุมผู้ที่เผา หากต่อมากลุ่มประชาชนที่แยกอุรุพงษ์เกิดเผาเมืองขึ้นมาก็ต้องได้รับสิทธินิรโทษด้วย
“หากจะอ้างว่านิรโทษให้กับคนที่กระทำผิดแล้วเท่านั้น ส่วนที่ขัดแย้งอยู่ในขณะนี้หากเห็นว่าก็ช่างมัน ท่านก็เขียนไปเลย แต่มันจะขัดกับเหตุผลของร่าง พ.ร.บ.เอง ที่ต้องลดความขัดแย้ง เพราะอีกฝ่ายที่มาชุมนุมภายหลังร่างฉบับนี้จะตั้งคำถามว่าทำไมอีกฝ่ายชุมนุมแล้วมีกฎหมายนิรโทษความผิด แต่ทำไมฝ่ายตัวเองกลับมีความผิด” นายอภิสิทธิ์กล่าว
ขณะที่นายพิชิต ชื่นบาน สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะ กมธ.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเป็นการออกกฎหมายย้อนหลังให้การกระทำที่เป็นความผิดแล้ว เราจึงมาบอกว่าให้ลืมความผิดนั้นเสีย แต่ม็อบที่อุรุพงษ์ถือเป็นการกระทำใหม่ แต่ ณ เวลานี้ จะมีการออกกฎหมายย้อนหลังให้เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิดแล้วเท่านั้น
อย่างไรก็ตามนายประสิทธิ์ ได้เสนอใหม่ให้ระยะเวลาการนิรโทษสิ้นสุดในวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา เพราะเป็นวันที่สภาลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เท่ากับว่าเป็นการให้ความยอมรับในแนวคิดของการนิรโทษกรรม และขอเสนอญัตติให้ประธาน กมธ.ขอมติเห็นชอบ ขณะที่นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สส.เชียงราย กมธ.พรรคเพื่อไทย เสนอให้ระยะเวลานิรโทษครอบคลุมการประกาศใช้ในพระราชกิจจานุเบกษา เพราะจะเป็นการนิรโทษบุคคลทั้งหมด อย่างไรก็ตาม นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.กทม.และ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะ กมธ.ปชป.ระบุสอดคล้องกันว่า หาก กมธ.กำหนดวันสิ้นสุดของการนิรโทษจะเป็นการส่งสัญญาณให้กับกลุ่มประชาชนที่ชุมนุมภายนอก เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเลื่อนการถกประเด็นปลายปิดการนิรโทษออกไป
อย่างไรก็ตามหลังมีการถกเถียงระหว่าง กมธ.พรรคเพื่อไทยและพรรค ปชป.และไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ในที่สุดนายสามารถได้สั่งปิดการประชุม และนัดหารือต่อในวันที่ 18 ต.คเวลา 09.30 น.







