
การนิคมฯฟุ้งครึ่งปีแรกซื้อที่ลงทุนเพิ่มกว่า2เท่า
กนอ. ระบุ 2 ไตรมาสขายพื้นที่ได้เพิ่มกว่า 2 เท่าตัว หรือ 1,339 ไร่ 7.34 หมื่นล้านบาท หวั่นการเมืองกระทบลงทุน เร่งปรับแผน
กนอ. ระบุ 2 ไตรมาสขายพื้นที่ได้เพิ่มกว่า 2 เท่าตัว หรือ 1,339 ไร่ 7.34 หมื่นล้านบาท หวั่นการเมืองกระทบลงทุน เร่งปรับแผน
นางมณฑา ประณุทนรพาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า สถานภาพการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมในช่วงไตรมาส 1-2 ของปีงบประมาณ 2553 (ต.ค. 2552-มี.ค. 2553) มีพื้นที่ขาย/เช่าได้รวม 1,339 ไร่ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดขาย 445 ไร่ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัว แบ่งเป็นพื้นที่ในนิคมฯ 149 ไร่ และนิคมฯ ร่วมดำเนินการ 1,190 ไร่ มูลค่าเงินลงทุนรวม 7.34 หมื่นล้านบาท เกิดการจ้างงาน 2,286 คน ขยายตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุน เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์
ทั้งนี้ จากปัญหาการเมืองในช่วงนี้ส่งผลให้นักลงทุนตัดสินใจชะลอการลงทุนไปก่อน เพื่อรอดูสถานการณ์ที่แน่นอน โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนกลุ่มเอเชียและจีนที่เป็นเป้าหมายหลักของไทย ซึ่งในนิคมอุตสาหกรรมบริการที่ไทยหวังจะเป็นศูนย์กลางในด้านนิคมฯ บริการ ขณะนี้ลูกค้าไม่มั่นใจการติดต่อเข้ามาซื้อพื้นที่จึงถูกชะลอออกไป เพราะอุตสาหกรรมค่อนข้างมีความอ่อนไหว และเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวด้วย
“เป้าหมายยอดขายพื้นที่ของ กนอ. อยู่ที่ 1,000 ไร่ ซึ่งสถานการณ์ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะขณะนี้มียอดขายแค่ 149 ไร่ เนื่องจากมีวิกฤตจากหลายด้านเข้ามากระทบ เช่น ปัญหาความไม่สงบภายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาทางการเมือง รวมทั้งปัญหามาบตาพุด ทำให้นักลงทุนตัดสินใจชะลอการลงทุนในเมืองไทย” นางมณฑา กล่าว
ทั้งนี้ หากการชุมนุมยังยืดเยื้อไปถึงเดือน พ.ค. 2553 คงต้องมีการปรับแผนการทำงานของ กนอ. ในการดึงนักลงทุนใหม่
นายประสบศิลป์ โชติมงคล รองผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ความคืบหน้าในมาตรา 67 วรรค 2 ขณะนี้ กนอ. ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ โดยออกกฎหมายใหม่เป็นข้อบังคับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อเป็นหลักในการอนุมัติ อนุญาต สำหรับกิจการที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม โดยจะนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ และคาดว่าจะประกาศลงราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ได้ภายในเดือน พ.ค.







