
กระดองประชาธิปไตย
ห่างกัน 40 ปี เราได้บทเรียนอะไรมาบ้างจาก 14 ตุลาคม 2516 ถึง 14 ตุลาคม 2556 สอง 14 ตุลาฯ อะไรคือความเหมือนและต่างกัน เดือนตุลาคม 2516 ประชาชนออกมาเต็มถนนราชดำเนิน ส่วนตุลาคม 2556 ประชาชนทยอยมาชุมนุมที่อุรุพงษ์ ซึ่งจะเรียกว่าเป็น “เวทีของคนอึดอัด” ก็คงได้
ห่างกัน 40 ปี เราได้บทเรียนอะไรมาบ้างจาก 14 ตุลาคม 2516 ถึง 14 ตุลาคม 2556 สอง 14 ตุลาฯ อะไรคือความเหมือนและต่างกัน เดือนตุลาคม 2516 ประชาชนออกมาเต็มถนนราชดำเนิน ส่วนตุลาคม 2556 ประชาชนทยอยมาชุมนุมที่อุรุพงษ์ ซึ่งจะเรียกว่าเป็น “เวทีของคนอึดอัด” ก็คงได้
ความเหมือนของสองเหตุการณ์
(1) บ้านเมืองถูกปกครองโดยเผด็จการเหมือนกัน ปี 2516 เป็นเผด็จการทหาร ถนอมประภาส ที่ใช้ กตป.คุมโดย พ.อ.ณรงค์ กิตติขจร เป็นเครื่องมือ ปี 2556 เป็นเผด็จการทุนนิยมสามานย์ประชาธิปไตยทักษิณยิ่งลักษณ์ ที่ใช้ตำรวจ ดีเอสไอ เป็นเครื่องมือ คล้ายกับฮิตเลอร์ใช้เกสตาโปเป็นเครื่องมือจัดการประชาชน
(2) เสรีชนในสองยุคไม่ยอมจำนนต่อผู้มีอำนาจบทบาทของประชาชน นักศึกษา อาชีวะ เยาวชน ไม่นิ่งเฉย มารวมตัวกัน ร่วมกันทุกภาคส่วน สู้เพื่อแสวงหาประชาธิปไตยที่แท้จริงเหมือนกัน
ความต่างของสองเหตุการณ์
(1) การต่อสู้ในปี 2556 จะลำบากมากขึ้น การต่อสู้กับเผด็จการทหารว่ายากแล้ว แต่ต่อสู้กับเผด็จการประชาธิปไตยทุนสามานย์ที่ใส่เสื้อคลุมประชาธิปไตยยิ่งยากกว่า เวลานี้คน 14 ตุลาฯ หลายคนไปรับใช้เผด็จการประชาธิปไตยทุนสามานย์ทักษิณยิ่งลักษณ์ เพื่อแลกกับตำแหน่งและเงิน พวกเขาช่วยกันสร้าง “กระดองประชาธิปไตย” คลุมเผด็จการที่ซ่อนไว้ข้างใต้อย่างแนบเนียน หยุดประวัติศาสตร์ไว้ในจุดที่ตนเองได้เปรียบ หลอกให้คนหลังประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งคล้อยตาม
(2) รัฐบาลประชาธิปไตยทุนนิยมสามานย์ ทักษิณยิ่งลักษณ์ มุ่งยึดอำนาจเบ็ดเสร็จเพื่อใช้อำนาจไปเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนสามานย์ โยนเศษกระดูกให้ทาสรับใช้ และใช้โครงการประชานิยมหาการสนับสนุนจากชนชั้นล่าง ซึ่งสลับซับซ้อนแนบเนียนกว่าเผด็จการทหาร คนที่เห็นต่างจะถูกข่มขู่คุกคามในทุกรูปแบบ ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่อเตรียมปราบปรามประชาชน สวนทางโดยสิ้นเชิงกับสิ่งที่นายกรัฐมนตรีไปพูดในที่ประชุมสิทธิมนุษยชนที่สหประชาชาติที่เจนีวาเมื่อเร็วๆ นี้
(3) อำนาจ ความร่ำรวยรวมศูนย์อยู่กับฝ่ายเผด็จการ ทักษิณยิ่งลักษณ์ ซึ่งโกงกินทุกอย่าง บริหารผิดพลาด กู้เงินให้ประชาชนเป็นหนี้กว่า 50 ปี ข้าวของแพงทั้งแผ่นดิน รัฐบาลเผด็จการยึดกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นและขั้นกลางได้ไปแล้ว
ประชาชนต้องมองให้ทะลุ “ม่านประชาธิปไตย” ที่รัฐบาลสร้างขึ้นมาหลอก ปิดบัง “เงาของเผด็การทุนสามานย์” ทะมึนอยู่เบื้องหลัง ที่มุ่งกอบโกยทุกสิ่งทุกอย่างไปเป็นของตน ครอบครัว และพรรคพวก และโยนเศษเนื้อมาให้ประชาชนกลุ่มหนึ่ง เราต้องมองทะลุม่านให้เห็นความชั่วที่ซ่อนอยู่หลังม่าน มองให้เห็นความจริง และไปค้นหาและสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริง ขณะเดียวกันประชาชนต้องสร้าง “ภูมิแห่งความคิด” ในการรักชาติ รักประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการ
ดังนั้น การต่อสู้โดยสันติวิธีของประชาชนและนักศึกษาในปี 2556 เพื่อความถูกต้องชอบธรรมที่คงทน เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง จะเหนื่อยมากกว่าปี 2516 และยังไม่รู้ว่าจะจบอย่างไร แม้จะเหนื่อยก็ต้องทำ เพื่ออนาคตของชาติ เพื่ออนาคตของลูกหลาน ไม่ใช่เพื่อตัวเอง
ถ้าประชาชนลุกขึ้น เขาจะได้อะไร
เพิ่มอำนาจและบทบาทการเมืองภาคประชาชนสูงขึ้น และลดอำนาจของรัฐบาลทุนสามานย์ ประชาชนจะได้อนาคตสำหรับลูกหลานและประเทศชาติ พวกเขาจะได้ความสำนึก จิตวิญญาณ ความรับผิดชอบที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง แย่งชิงงบที่ถูกเบียดบังกลับคืนมาเพื่อนำมาพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น ฟื้นคืนโอกาสของประเทศและประชาชน ต่อต้านการข่มขู่คุกคาม ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน
ประชาชนจะได้พื้นที่ต่อรองอำนาจทางการเมือง ในการร่วมพัฒนาประเทศทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ซึ่งอยู่ในมือของเผด็จการประชาธิปไตยทุนนิยมสามานย์ ทักษิณยิ่งลักษณ์ การเปลี่ยนแปลงทำให้ประชาชนมีหุ้นส่วนและมีบทบาทในการพัฒนาประเทศ ขัดขวางการโกงกินครั้งมโหฬาร หยุดยั้งการออกกฎหมายฟอกผิด การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อยึดกุมอำนาจเบ็ดเสร็จและใช้อำนาจแบบบ้าคลั่ง กดดันให้รัฐบาลหันกลับมาดูแลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นความเร่งด่วนสูงสุด
ถ้าไม่ออกมาร่วม เราจะเสียอะไร?
อนาคตและโอกาสของลูกหลานจะมืดมน ทรัพย์สินของชาติและประชาชนจะถูกฉกฉวยไปเป็นประโยชน์เฉพาะกลุ่ม โครงสร้างของประเทศจะถูกเปลี่ยน สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ในความเสี่ยง ดังนั้นถ้าเรามองเห็นความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมือง และเราไม่ลุกขึ้นสู้ เท่ากับสำนึกที่ดี จิตวิญญาณ และความรับผิดชอบชั่วดีของเราจะสูญสิ้นไป
ความสูญเสียที่เป็นรูปธรรม คือ ชนชั้นกลางและชนชั้นล่างในสังคมจะเดือดร้อนมากที่สุดจากข้าวของที่แพงขึ้น รถติดมากขึ้น รัฐบาลโกงกินอย่างมโหฬาร การทำมาหากินลำบากขึ้น เศรษฐกิจชาติและระดับชาวบ้านเสียหายยับเยิน เงินที่รัฐมีอยู่และที่กู้มา ถูกใช้เพื่อพวกพ้อง สร้างหนี้สินให้กับประชาชนจนถึงลูกหลาน แท็กซี่ คนจนมีรายได้น้อยลง ต้องกู้หนี้เพิ่มขึ้น ความเดือดร้อนของประชาชนจากน้ำท่วม ภัยแล้งไม่ได้รับการดูแล ความสุขของคนไทยจะลดลง สิทธิการรับรู้ของประชาชนถูกจำกัด ถูกบังคับให้รับรู้ในสิ่งที่รัฐบาลต้องการให้รู้ความอิสระที่จะแสดงออกโดยเสรีถูกคุกคาม
ทุกสิ่งที่ได้มานั้น ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนเสมอ ไม่มีอะไรที่ได้มาโดยไม่เสีย และไม่มีอะไรที่เสียอย่างเดียวโดยไม่ได้ เราต้องชั่งน้ำหนักให้ดี โดยยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นที่ตั้ง ต้องเพิ่มอำนาจประชาชนและลดอำนาจของรัฐบาล ถ้าประชาชนชนะ เราได้ประชาธิปไตยที่แท้จริงกลับมา ได้พื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลความเดือดร้อนของพวกเขา
ประวัติศาสตร์ของชาวบ้าน ของชุมชน ของสถาบันกษัตริย์ไทยในอดีต บอกเราว่า ที่บ้านเมืองดีขึ้นเพราะมี “คนกล้า” และ “เสียสละ” ถ้าคุณออกมา คุณอาจไม่สะดวกสบาย ต้องไปกินนอนข้างถนน แต่เดิมพันสูง เพราะเป็นเดิมพันของประเทศชาติและประชาชน เป็นเดิมพันเพื่ออนาคตและโอกาสของลูกหลาน ดังที่บรรพบุรุษได้สู้เพื่อพวกเรามาแล้ว นักเรียนนักศึกษาและเยาวชนคนหนุ่มสาว ถ้าใจพร้อม กายพร้อม ให้ออกมาร่วมกับเพื่อนร่วมชาติที่รอทั้ง “กำลังใจ” และ “กำลังเสริม” ใครที่ร่างกายไม่พร้อม แต่ใจสู้ ให้ช่วยด้วยการบริจาคเงินทองหากมี ช่วยเรื่องอาหาร น้ำดื่ม เราไม่ใช่ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อลูกหลาน เพื่ออนาคตของประเทศ เพื่อคนทั้งประเทศ เป็นเดิมพันที่สูงมาก ที่เราเอาจิตวิญญาณไปแลก แต่ถ้าได้แล้วมันคุ้ม
เสรีชนปี 2556 จะสู้อย่างสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ ไม่มีการเผาบ้านเผาเมือง แต่จะใช้หัวใจและมือเปล่าสู้กับเผด็จการทุนสามานย์







