
จี้ประชาพิจารหลักสูตรใหม่ข้องใจรวมกลุ่มวิทย์-คณิต
โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน
โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน
ร่างหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ประกาศว่าจะเดินหน้าปรับใหม่ให้ทันประกาศใช้ในภาคเรียนแรกของปี 2557 ต้องสะดุดทั้งที่ยังไม่เริ่มตั้งไข่ เมื่อถูกตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดร่างดังกล่าวแต่ละกลุ่มแจกแจงรายละเอียดไว้ในหมวดรายวิชาใน 6 กลุ่มสาระอื่นๆ อย่างละเอียด แต่ในกลุ่มสังคมและความเป็นมนุษย์กลับไม่มีวิชานาฏศิลป์
แม้ จาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศธ. จะออกมายืนยันว่า วิชาดังกล่าวยังมีการบรรจุอยู่ในหมวดศิลปะที่ครอบคลุมเนื้อหาเดิม แต่นั่นก็ไม่ได้ตอบคำถามว่าเหตุใดกลุ่มความรู้อื่นๆ ที่ถูกวางวางไว้คร่าวๆ จึงมีรายละเอียดวิชาที่ระบุได้อย่างชัดเจนได้ และนอกเหนือจากประเด็นที่กล่าวมาแล้ว ยังมีปัญหาอื่นๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในร่างหลักสูตรนี้อีกหรือไม่
สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า จนถึงขณะนี้ร่างหลักสูตรดังกล่าวยังไม่ตอบคำถามเรื่องการรวมกลุ่มการเรียนรู้คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกันในกลุ่มความรู้ที่ 2 และลดชั่วโมงเรียนในระดับประถมศึกษาจาก 800 ชั่วโมงต่อปี เหลือ 600 ชั่วโมงต่อปี
“คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่ถูกนำมารวมกันจะมีเวลาเรียนน้อยลง โดยคิดจากชั่วโมงเรียนคณิตศาสตร์ที่ถูกเปลี่ยนจาก 1 ต่อ 8 ของชั่วโมงเรียนทั้งหมด โดยแต่ละรายวิชาวิทยาศาสตร์อาจจะเหลือ 1 ต่อ 30 คือ ประมาณ 20 ชั่วโมงต่อปี นอกจากนี้คณิตศาสตร์กับวิทยาศาสตร์เป็นวิชาที่ใช้ทักษะในการเรียนรู้ที่ต่างกัน จึงไม่มีประเทศไหนในโลกที่นำมารวมกัน แต่ต้องออกแบบการสอนให้เชื่อมโยงกันได้ ยังไม่นับรวมถึงเหตุผลในการบรรจุบางวิชา เช่น PreCalculus และพื้นฐาน นาโนเทคโนโลยี ไว้ในพื้นฐานชั้นมัธยม ที่ควรจะมีการอธิบายหรือนำมาถกเถียงกันให้สังคมรับทราบเช่นกัน เพราะจะเป็นเรื่องที่กระทบกับคนจำนวนมาก” อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ กล่าว
นอกจากนี้ สธน ยังกล่าวด้วย ว่าสิ่งที่ยังมองไม่เห็นคำตอบจากร่างหลักสูตรนี้ ก็คือเรื่องกิจกรรมนอกห้องเรียน หรือเวลาที่นักเรียนมีเพิ่มขึ้นจากการลดชั่วโมงเรียนในชั้นเรียนลง ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะผู้ปกครองทราบดี ว่าเป็นเรื่องที่น่าวิตกอย่างยิ่งหากไม่มีมาตรการหรือแผนการดูแลที่ชัดเจนให้เห็นเป็นรูปธรรม
ประวิต เอราวรรณ ประธานที่ประชุมคณบดีครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย กลุ่ม 16 สถาบันเก่าแก่ หนึ่งในคณะกรรมการร่างหลักสูตรพื้นฐานนี้ กล่าวว่า ร่างดังกล่าวมีเป้าหมายในการปรับเพื่อลดภาระการเรียนที่ไม่จำเป็นกับเด็กลง
“แต่ละวิชาที่บรรจุไว้ในร่างนี้ ไม่ได้เรียงเป็นหน้ากระดานแบบเดิมแต่ปรับความเหมาะสมที่ซ้ำซ้อนกันอยู่ให้เข้ากับแต่ละช่วงวัย และเป็นร่างที่จะทดลองในภาคเรียนแรกของปีการศึกษาหน้าในโรงเรียนนำร่อง นอกจากนี้ร่างหลักสูตรใหม่นี้ต้องขยายไปถึงเรื่องของการเปลี่ยนตำราเรียนแต่ละวิชาใหม่ในอนาคต ขณะที่ในส่วนของครูผู้สอนจะทำงานง่ายขึ้น โดยเฉพาะครูระดับชั้นประถม เพราะว่าเป็นการสอนที่ไม่ต้องวิ่งสอนทั้ง 8 กลุ่มสาระเดิมซึ่งถูกมองว่ามีเนื้อหาที่กว้างและมีเนื้อหาที่ซ้ำซ้อนกันอยู่ในบางวิชาหรือช่วงชั้น แต่สามารถโฟกัสไปที่ความสามารถแต่ละระดับชั้นที่ชัดเจนมากขึ้น” ประวิต กล่าว
“หลังจากเป็นรูปเป็นร่างมากกว่านี้ ศธ.จะออกมาชี้แจงเรื่องหลักสูตรใหม่และแสดงให้เห็นภาพอย่างชัดเจนหรือตอบข้อสงสัยมากยิ่งขึ้น รวมถึงจัดทำประชาพิจารณ์ รับฟังความคิดเห็นเรื่องนี้จากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างแน่นอน” ประธานที่ประชุมคณบดีครุศาสตร์ กล่าว







