
ตลาดเงินป่วน
ทั่วโลกระทึกเพดานหนี้สหรัฐ17ต.ค.หวั่นศก.ถดถอยดอลลาร์พล่านธปท.ขายทิ้งพันธบัตรลดเสี่ยง
ทั่วโลกระทึกเพดานหนี้สหรัฐ17ต.ค.หวั่นศก.ถดถอยดอลลาร์พล่านธปท.ขายทิ้งพันธบัตรลดเสี่ยง
หนี้สหรัฐป่วนโลก ตกลงไม่ได้เศรษฐกิจถดถอย ตลาดเงิน ดอกเบี้ยผันผวน ธปท.ตั้งป้อมสู้
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจเพื่อประเมินสถานการณ์ และผลกระทบจากปัญหาเพดานหนี้สหรัฐ ก่อนที่จะสั่งการให้ 3 หน่วยงานหลักด้านเศรษฐกิจติดตามสถานการณ์ และกำหนดมาตรการรับมือกับวิกฤตการเงิน การค้า การลงทุนที่จะเกิดขึ้น หลังเส้นตายวันที่ 17 ต.ค.นี้
ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รายงานว่า ไทยจะยังไม่ได้รับผลกระทบหากสหรัฐตกลงขยายเพดานหนี้ไม่ได้ในวันที่ 17 ต.ค.นี้ เพราะสหรัฐยังมีเงินในมือ 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในการจ่ายหนี้ แต่หลังวันที่ 15 พ.ย.ไปแล้ว ยังไม่สามารถขยายเพดานหนี้ได้ ตลาดเงิน ตลาดทุนทั้งโลกจะปั่นป่วนจนเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย
“ในระยะสั้นนักลงทุนจะเทขายพันธบัตรสหรัฐ และเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยต่างๆ เช่น ทองคำ และเงินฟรังก์สวิส” รายงานระบุ
ทั้ง 4 หน่วยงาน ประเมินว่า กรณีสหรัฐไม่สามารถขยายเพดานหนี้ จะกระทบฐานะการเงินผู้ถือพันธบัตรสหรัฐอย่างรุนแรง ตลาดกู้ยืมเงินระหว่างธนาคารจะขาดสภาพคล่องกระทบภาคเศรษฐกิจแท้จริงของสหรัฐและเศรษฐกิจโลก
สำหรับไทย หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ผู้นำเข้า ผู้ส่งออกจะกระทบจากค่าเงินผันผวน และผู้กู้เงินจากต่างประเทศจะมีต้นทุนกู้สูงขึ้นทันที
นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. สายตลาดการเงิน เปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมามีเงินทุนไหลเข้าไทยแล้ว 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หากปัญหาหนี้สหรัฐยังยืดเยื้อ จะมีเงินทุนไหลออกจากสหรัฐอีก และจะไหลทะลักเข้าตลาดเกิดใหม่และประเทศไทย
“ธปท.จะบริหารความเสี่ยงพันธบัตรสหรัฐที่ถืออยู่ โดยจะขายพันธบัตรครบอายุสิ้นเดือน ต.ค.ไป และซื้อพันธบัตรชุดใหม่มาถือแทน เพื่อป้องกันความเสี่ยงหากสหรัฐผิดนัดชำระหนี้ โดย ธปท.ถือพันธบัตรสหรัฐอยู่ 0.78% ของพันธบัตรสหรัฐ 5.59 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ” นางจันทวรรณ กล่าว







