posttoday
บนเส้นทางสู่สงครามกลางเมือง

บนเส้นทางสู่สงครามกลางเมือง

29 เมษายน 2553

...ภูมรัตน์ ทักษาติพงษ์

แฟนบทความนี้รวมทั้งคนที่รู้จักคุ้นเคยมักถามเสมอว่า สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้พัฒนาไปถึงขั้นการก่อวินาศกรรม และ/หรือ การก่อการร้ายแล้วใช่หรือไม่ แนวโน้มจะพัฒนาไปสู่การกบฏศึกและสงครามกลางเมืองหรือไม่ เมื่อไร จะจบแบบไหน ฯลฯ จึงขอรวมตอบคำถามเสียเลย ด้วยการทำความเข้าใจกับความหมายของคำว่า การก่อวินาศกรรม การก่อการร้าย การกบฏศึก และสงครามกลางเมือง ว่ามีเงื่อนไข ขอบเขตอย่างใดเสียก่อน

การก่อวินาศกรรม ตาม พ.ร.บ.ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน พ.ศ. 2522 หมายถึง “การกระทำใดๆ อันเป็นการมุ่งทำลายทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐ หรือสิ่งอันเป็นสาธารณูปโภค หรือการรบกวน ขัดขวาง หรือหน่วงเหนี่ยวระบบปฏิบัติการใดๆ ตลอดจนการประทุษร้ายต่อบุคคลอันเป็นการก่อให้เกิดความปั่นป่วนทางการเมือง การเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ โดยมุ่งหมายที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของรัฐ”

การก่อการร้าย ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 135/1 ซึ่งเพิ่มเติมมาเมื่อปี 2546 กำหนดการกระทำที่เป็นการก่อการร้าย คือ (1) ใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการใดอันก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกาย หรือเสรีภาพของบุคคลใดๆ (2) กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อระบบการขนส่งสาธารณะ ระบบโทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ

(3) กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของรัฐหนึ่งรัฐใด หรือของบุคคลใด หรือต่อสิ่งแวดล้อม อันก่อให้เกิดหรือน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างสำคัญ การกระทำดังกล่าวมีความมุ่งหมายเพื่อขู่เข็ญหรือบังคับรัฐบาลไทย...ให้กระทำหรือไม่กระทำการใดอันจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง หรือเพื่อสร้างความปั่นป่วนโดยให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน

การก่อการร้ายจะต้องมีเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (1) แรงจูงใจ เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ลัทธิความเชื่อ (2) เป้าหมาย คือ พลเรือน (3) จุดประสงค์ เพื่อข่มขู่ ทำให้เกิดความหวาดกลัว (4) ผู้กระทำ ไม่ใช่รัฐ (5) การกระทำนั้นผิดกฎหมาย

การกบฏศึก หมายถึง ผู้อยู่ใต้การปกครองที่รวมกันเป็นขบวนการ มีการจัดตั้งอย่างดี ขัดขืนอำนาจรัฐหรือผู้ปกครองโดยใช้การบ่อนทำลายและอาวุธ มุ่งก่อให้เกิดความไม่สงบเพื่อกดดันให้รัฐยอมในสิ่งที่ตนต้องการ เช่น ทำลายสถาบันทางการเมือง และสถาปนาระบอบการปกครองใหม่

สงครามกลางเมือง เป็นสงครามประเภทหนึ่งโดยคนในประเทศเดียวกัน เพื่อแย่งชิงอำนาจหรือดินแดน หรือแบ่งแยกการปกครอง หรือก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายในสังคมนั้น หรือให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่สำคัญ ผลของสงครามกลางเมืองอาจเกิดความสูญเสียอย่างมหาศาล และต้องใช้ทรัพยากรมากมายในการทำสงคราม

สงครามกลางเมืองมีเงื่อนไข 4 ประการ คือ (1) ฝ่ายกบฏยึดครองดินแดนได้บางส่วน (2) ฝ่ายกบฏมีอำนาจปกครองระดับหนึ่งที่เรียกว่า De Facto ควบคุมประชาชนและบริหารเขตพื้นที่ที่ยึดครอง (3) ฝ่ายกบฏได้รับการยอมรับว่าเป็น “คู่สงคราม” (4) รัฐบาลต้องใช้กำลังทหารประจำการเข้าจัดการกลุ่มกบฏซึ่งมีกองกำลังของตนเอง

การที่กลุ่มต่อต้านรัฐบาลวางระเบิดเสาไฟฟ้าแรงสูง 2 ต้น ที่ส่งกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ กทม.และปริมณฑล การยิงจรวดอาร์พีจีใส่ถังน้ำมันของบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย ที่ลำลูกกา ซึ่งมีถังน้ำมันทั้งหมด 19 ถังสนับสนุนสนามบินสุวรรณภูมิและแหล่งอื่นๆ การข่มขู่คุกคามที่จะเอาชีวิตนายกรัฐมนตรี การยิงจรวดอาร์พีจี การยิงระเบิดเอ็ม 79 นับสิบๆ ครั้ง ซึ่งมุ่งก่อให้เกิดความปั่นป่วนทางการเมืองในประเทศ เหล่านี้เป็นการก่อวินาศกรรมและการก่อการร้ายอย่างชัดเจน

การวิเคราะห์จากภาคส่วนต่างๆ ของสังคมตกผลึก และได้ข้อสรุปชัดเจนว่า ตัวละครสำคัญที่สุดในสถานการณ์นี้ คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งสิ่งแวดล้อมระบุว่า เป็นผู้บงการสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ส่วนแกนนำกลุ่มเสื้อแดง สส.พรรคเพื่อไทย กองกำลังติดอาวุธ กลุ่มก่อวินาศกรรมใต้ดิน ฯลฯ เป็นเพียงตัวละครประกอบเท่านั้น คุณทักษิณต้องการฟื้นคืนอำนาจเพื่อนำไปสู่การนิรโทษกรรมความผิดที่ตนได้ก่อขึ้นและเอาทรัพย์สินที่ถูกยึดไปคืนมา ดังนั้นจึงพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อไปสู่เป้าหมายดังกล่าว แม้บ้านเมืองจะเสียหายยับเยินเพียงใดก็ตาม คุณทักษิณพร้อมที่จะทำให้สถานการณ์เดินไปสู่การกบฏศึกอย่างกว้างขวาง และสงครามกลางเมืองในที่สุด ที่คนไทยจะแบ่งฝ่ายรบกันเอง

อย่าคิดว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะขณะนี้มีเงื่อนไขของการกบฏศึกและสงครามกลางเมืองครบทุกประการแล้ว

ผู้นำรัฐบาลเข้าบางพื้นที่ในภาคเหนือและอีสานไม่ได้หากไม่มีกำลังคุ้มกัน ฝ่ายต่อต้านถือว่าบางพื้นที่ภาคเหนือและอีสานเหมือนกับเขตยึดครองของพวกเขา แม้แต่ใน กทม. ก็สามารถยึดสี่แยกราชประสงค์ไว้ได้ ฝ่ายต่อต้านก้าวไปไกลกว่าการล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์และยุบสภา แต่เป้าหมายคือการสร้างรัฐไทยใหม่

ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลและกองทัพต้องกล้าตัดสินใจใช้กำลังเข้า “ระงับยับยั้ง” เสียแต่วันนี้ แม้ต้องต่อสู้กับกองกำลังเถื่อนติดอาวุธ และอาจเกิดการสูญเสียทั้งสองฝ่าย ก็ยังดีกว่าที่ปล่อยให้เมืองไทยก้าวไปสู่สงครามกลางเมืองที่คนไทยจะฆ่ากันล้มตายบาดเจ็บอีกเป็นร้อยหรือพันคน และบ้านเมืองเสียหายยับเยิน

อย่าให้คนไทยมองว่า รัฐบาลและกองทัพลืมทำหน้าที่ของตนเอง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท