
ลุ้นน้ำเมาฟื้นหลังครึ่งปีแรกตลาดร่วง7%
ไทยเบฟฯ ลุ้นน้ำเมาไตรมาส 4 โต 45% หลัง 6 เดือนพิษเศรษฐกิจฉุดรายได้วูบ 7.3%
ไทยเบฟฯ ลุ้นน้ำเมาไตรมาส 4 โต 45% หลัง 6 เดือนพิษเศรษฐกิจฉุดรายได้วูบ 7.3%
นายวิเชฐ ตันติวานิช ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์ช้าง เปิดเผยว่า หลังจากกรมสรรพสามิตปรับโครงสร้างภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบริษัทได้ปรับราคาเหล้า เบียร์ขึ้นยกแผง ขณะนี้คงต้องดูสถานการณ์ตลาดในช่วงไตรมาส 4 โดยเฉพาะปัจจัยจากอารมณ์การเฉลิมฉลอง และพฤติกรรมของผู้บริโภคหลังจากปรับราคา
นอกจากนี้ยังรวมทั้งปริมาณนักท่องเที่ยว ซึ่งจะหนุนตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้มีอัตราการเติบโตได้หรือไม่ หลังจากช่วง 6 เดือนแรกของปี บริษัททำรายได้ 7.6 หมื่นล้านบาท หดตัวลง 7.3% และมีกำไรสุทธิ 8,324 ล้านบาท ลดลง 13.5% เนื่องจากโดนกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังการซื้อผู้บริโภคลดลง
ขณะที่ สถานการณ์ไตรมาส 3 ยอดขายมีแนวโน้มลดลง เพราะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นเทศกาลงดเหล้าเข้าพรรษา รวมทั้งเป็นช่วงราคาเบียร์ เหล้าสี เหล้าปรับขึ้น ซึ่งอาจจะมีผลกระทบบ้าง ทำให้ผู้บริโภคชะลอการดิ่ม แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินผลกระทบได้
อย่างไรก็ตามไตรมาส 4 ปีนี้ ไทยเบฟฯ หวังว่าจากการปรับราคาน้ำเมาของทั้งกลุ่มขึ้นไม่มาก จะช่วยให้รายได้ปลายปีนี้โต 45% และส่งผลให้รายได้ทั้งปีถึง 1 แสนล้านบาท มาจากไทยเบฟฯ 70% จากโออิชิ 1.2 หมื่นล้านบาท เสริมสุข 8,000 ล้านบาท และเอฟแอนด์เอ็น 1 หมื่นล้านบาท
สำหรับกลยุทธ์การตลาดไม่เน้นผลักดันสินค้าเข้าสู่ตลาด แม้ว่าบริษัทจะปรับราคาน้ำเมาเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนักในกลุ่มเหล้าขาว เหล้าสี จึงเชื่อว่าราคาที่เพิ่มไม่มีผลกระทบต่อผู้บริโภคในตลาดนี้ จากปัจจุบันรายได้หลักของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทยเบฟ 80% แบ่งเป็น กลุ่มเหล้าสีและเหล้าขาว สัดส่วน 60% เบียร์ 20% และอีกกว่า 20% เป็นเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์
อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์ของไทยเบฟฯขณะนี้ มุ่งขยายธุรกิจสู่ตลาดอาเซียนเป็นหลัก โดยจะใช้ความแข็งแกร่งของ 3 บริษัท ซึ่งมีพอร์ตโฟลิโอสินค้าที่หลากหลายบุกตลาด โดยไทยเบฟฯ มีศักยภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และใช้ความแข็งแกร่ง 3 บริษัท คือ เสริมสุข โออิชิ และเอฟแอนด์เอ็น ในการบุกตลาดเครื่องดื่มนันแอลกอฮอล์ ซึ่งตั้งเป้าอีก 2ปี สัดส่วนรายได้เพิ่มนันแอลกอฮอล์เพิ่มจากกว่า 20% เป็น 30%
ด้านการทำตลาดอาเซียนบริษัทจะรุกทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และนันแอลกอออล์ และขณะนี้กำลังจัดพอร์ตสินค้าในเอฟแอนด์เอ็นกับบริษัทในเครือ โดยเฉพาะการวางตำแหน่งสินค้าให้มีความชัดเจนและแตกต่างกัน ขณะนี้โออิชิได้มียอดขายเติบโตในมาเลเซีย ส่วนลาวมีผู้ประกอบการสนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย คาดว่ารายได้จากต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นจากเดิมมีอยู่ 10% และในประเทศสัดส่วน 90%
นายวิเชฐ กล่าวว่า บริษัทได้ทุ่มงบ 50 ล้านบาท เดินหน้าทำการตลาดรับผิดชอบสังคม เปิดตัวโครงการไทยเบฟ รวมใจต้านภัยหนาวปีที่ 14 ส่งต่อ..รอยยิ้มแห่งไออุ่น แจกผ้าห่มจำนวน 2 แสนผืน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว 15 จังหวัดในเขตพื้นที่ภาคเหนือ อีสาน และตะวันตก โดยตลอด 14ปีที่ผ่านมานี้ บริษัทใช้งบกว่า 500ล้านบาท แจกผ้าห่มจำนวน 2.8ล้านผืน
สำหรับรายได้สิ้นปีนี้ของไทยเบฟฯ ต้องการมีอัตราการเติบโต 45% โดยไทยเบฟมีรายได้ 1 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนรายได้ 70% ที่เหลืออีก 30% เป็น 3 บริษัท ได้แก่ โออิชิ มีรายได้ 1.2 หมื่นล้านบาท เสริมสุข ตั้งเป้าเดือนพ.ย.นี้มีรายได้ 8,000 ล้านบาท ส่วนเอฟแอนด์เอ็นในไทยปีหน้านี้ตั้งเป้ามีรายได้ 1 หมื่นล้านบาท







