
DSIยันพีซีซีฯผิดสัญญาหลังอัยการไม่ฟ้อง
ดีเอสไอทำความเห็นแย้งถึง อสส.ยืนยันสั่งฟ้องพีซีซีฯ คดีฉ้อโกงผู้รับเหมาช่วงและคดีฮั้ว หลังอัยการคดีพิเศษสั่งไม่ฟ้อง
ดีเอสไอทำความเห็นแย้งถึง อสส.ยืนยันสั่งฟ้องพีซีซีฯ คดีฉ้อโกงผู้รับเหมาช่วงและคดีฮั้ว หลังอัยการคดีพิเศษสั่งไม่ฟ้อง
เมื่อวันที่ 15 ต.ค.นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาทำความเห็นแย้งหลังอัยการคดีพิเศษสั่งไม่ฟ้องคดีบริษัทพีซีซีฯ ฉ้อโกงผู้รับเหมาช่วงและฮั้วประมูลโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนว่า เบื้องต้นกลุ่มงานความเห็นแย้ง ดีเอสไอ ได้มีความเห็นควรส่งความเห็นแย้งไปยังอัยการสูงสุด เพื่อยืนยันสั่งฟ้องบริษัทพีซีซีฯ ตามข้อกล่าวหาเดิม โดยจะเปิดแถลงข่าวในวันที่ 16 ต.ค.
ขณะเดียวกันมีรายงานจากดีเอสไอว่า ดีเอสไอจะส่งความเห็นแย้งไปยังอัยการสูงสุด ยืนยันสั่งฟ้องบริษัทพีซีซีฯ คดีฉ้อโกงผู้รับเหมาช่วง 28 ราย มูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท โดยดีเอสไอยืนยันว่า บริษัทพีซีซีฯ ทำผิดสัญญาที่จะต้องไม่เอางานไปจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก สตช และรู้อยู่ก่อนเข้าเสนอราคาว่าผู้รับเหมารายเดียวไม่สามารถก่อสร้างได้ตามสัญญา
จากหลักฐานหนังสือที่บริษัทพีซีซี ฯ เคยส่งถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และส่งถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำกับ สตช.ในขณะนั้น ดีเอสไอจึงถือว่านิติกรรมมีวัตถุประสงค์พ้นวิสัย ที่จะเป็นไปได้สัญญาจึงตกเป็นโมฆะ กรณีบริษัทพีซีซี ได้รับเงินล่วงหน้า 877 ล้านบาท และมีการไปหลอกลวงโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อผู้รับเหมาช่วง 32 ราย ให้หลงเชื่อทำสัญญาโดยปกปิดไม่แจ้งข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญของสัญญาว่าห้ามจ้างช่วง ดีเอสไอจึงเห็นว่าขณะทำสัญญาจ้างช่วงผู้ถูกกล่าวหามีเจตนาทุจริตมาตั้งแต่ต้นที่จะไม่ปฎิบัติตามสัญญา คงอาศัยสัญญาหรือผลงานจากผู้รับเหมาช่วงไปเบิกเงินจาก สตช. โดยผู้รับเหมาช่วงไม่ได้รับเงินค่าจ้างซึ่งบริษัทพีซีซีฯ อ้างว่าขาดสภาพคล่อง ทั้งที่ได้รับเงินล่วงหน้าจาก สตช. การกระทำจึงน่าจะเข้าข่ายฉ้อโกงผู้รับเหมาช่วง
นอกจากนี้ดีเอสไอยังยืนยันสั่งฟ้องบริษัทพีซีซีฯ คดีฮั่วประมูล ตามมาตรา 8 พรบ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ โดยดีเอสไอเห็นว่ามีการฝ่าฝืนมติ ครม.ที่ให้ สตช. และบริษัทธนารักษฯ ร่วมกันดำเนินการโครงการทั้งรูปแบบและแผนการลงทุน แต่บริษัทธนารักษ์ฯ ไม่ได้ถูกให้มาดำเนินการหรือเข้าประมูลโครงการ โดยมติ ครม. เป็นไปตามอำนาจรัฐธรรมนูญ กรณีข้าราชการไม่ปฏิบัติตามมติ ครม. เกี่ยวกับเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ นอกจากผิด มาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และยังผิดวินัยตาม พรบ.ระเบียบราชการอีกด้วย อีกทั้งบริษัทพีซีซีฯ รู้อยู่แล้วว่าจะไม่สามารถทำงานได้ตามสัญญาแต่เสนอราคาต่ำกว่าราคากลางถึง 550 ล้านบาท เพราะต้องการนำงานไปจ้างช่วง ดีเอสไอจึงเห็นว่าพฤกติกรรมจึงน่าจะเป็นการกีดกันขัดขวางผู้รับเหมารายอื่นไม่ให้แข่งราคาอย่างเป็นธรรมมาตั้งแต่ต้น จึงเข้าข่ายองค์ประกอบฮั้วประมูลจึงยืนยันสั่งฟ้องอีกครั้งดังกล่าว







