
สภาเห็นชอบ2มาตราแรกแก้รธน.190
รัฐสภาเห็นชอบมาตรา 1,2 แก้รธน.190 ปชป.ค้านยัน 190 ไม่ถ่วงเวลาหนังสือสัญญา ด้านพณ.โต้ทำกระทบคู่เจรจาการค้า
รัฐสภาเห็นชอบมาตรา 1,2 แก้รธน.190 ปชป.ค้านยัน 190 ไม่ถ่วงเวลาหนังสือสัญญา ด้านพณ.โต้ทำกระทบคู่เจรจาการค้า
เมื่อเวลา 12.10 น. ที่รัฐสภา การประชุมรัฐสภาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 190 ได้เข้าสู่การพิจารณาเรียงตามลำดับรายมาตรา โดยในมาตรา 1 ไม่มีการแก้ไข แต่มีผู้สงวนคำแปรญัตติ โดยนายวัชระ เพชรทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า ได้ขอแปรญัตติเพิ่มข้อความเป็น ร่างรัฐธรรมนูญโดยไม่ผ่านประชามติจากประชาชน เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ แต่มีความพยายามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามใบสั่ง สมาชิกรัฐสภาจึงมีหน้าที่ปกป้องรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่มาจากการทำประชามติ
ทั้งนี้ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว และไม่ใช่เพิ่งมีการแก้ไขเป็นครั้งแรก เพราะในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็มีการแก้ไข และไม่ได้มีการทำประชามติเช่นเดียวกัน
นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ ปชป. อภิปรายว่า ขอตัดมาตรา 1 ออกทั้งมาตรา เนื่องจากไม่เห็นว่าจะต้องมีการแก้ไขมาตรานี้ เพราะที่ผ่านมาเมื่อมีกรอบเจรจาหรือหนังสือสัญญาตามมาตรา 190 รัฐสภาก็มีมติเห็นชอบทุกครั้ง การอ้างว่าจะทำให้กรอบการเจรจาเกิดความล้าช้านั้นจึงฟังไม่ขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมามีการพิจารณาไม่ว่าจะเป็นข้อตกลงกับประเทศ ชิลี หรือจีน ก็ไม่ได้ล่าช้าแต่อย่างใด สะท้อนว่าฝ่ายบริหารมีปัญหากับมาตรา 190 และมีเจตนามาลดอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะเดิมรัฐบาลจะไปทำเรื่องใดๆ จะต้องมาแจ้งต่อรัฐสภาก่อน ทำให้ฝ่ายบริหารไม่มีสิทธิ์ที่จะตัดสินว่าเรื่องใดจะต้องเข้าสภาฯหรือไม่ หากมีการแก้ไขมาตรา 190 รัฐสภาจะตรวจสอบไม่ได้ จะทำให้คณะรัฐมนตรีสามารถแอบอนุมัติได้
ขณะที่น.ส.วัชรี อิทธิอาวัชกุล นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากประธานกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 อย่างน้อยก็ช่วยปลดล็อคปัญหาที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศกำลังเผชิญอยู่ได้ในระดับหนึ่ง เพราะทุกวันนี้เวลาที่จะไปเจรจาการค้ากับประเทศต่างๆ ก็รู้สึกอับอายขายหน้าอยู่เหมือนกัน เพราะก่อนหน้านี้เราสามารถทำสนธิสัญญาหรือความตกลงกับต่างประเทศได้อย่างสง่าผ่าเผย แต่ภายหลังจากที่มีมาตรา 190 โดยกำหนดให้ต้องนำทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับทำหนังสือสัญญากับต่างประเทศมาผ่านสภาฯ เท่ากับมองคู่เจรจาของเราเป็นผู้ร้ายตั้งแต่ต้น
ในที่สุดที่ประชุมได้ลงมติเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก 345 ต่อ 133 เสียงเห็นชอบมาตรา 1 จากนั้นเป็นการพิจารณาในมาตรา 2 ว่าด้วยการบังคับใช้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภายหลังจากที่ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่เนื่องจากไม่มีผู้อภิปราย ที่ประชุมจึงลงมติเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก 341ต่อ 132 เสียง







