posttoday
ขยายแผลมาตรา 190 ผนึกกำลังนอกสภา

ขยายแผลมาตรา 190 ผนึกกำลังนอกสภา

15 ตุลาคม 2556

ท่ามกลางบรรยากาศร้อนระอุของการเมืองนอกสภา ทั้งกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.)

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

ท่ามกลางบรรยากาศร้อนระอุของการเมืองนอกสภา ทั้งกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ออกมาชุมนุมที่สี่แยกอุรุพงษ์ และกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ที่สวนลุมพินี จนรัฐบาลตัดสินใจงัด พ.ร.บ.ความมั่นคง ขึ้นมาคุมสถานการณ์ พร้อมปิด 14 เส้นทางเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย

อีกด้านหนึ่งอุณหภูมิการเมืองในสภาเริ่มกลับมาร้อนแรงอีกรอบ เนื่องจากในวันนี้ที่ประชุมรัฐสภาเตรียมเดินหน้าพิจารณาวาระ 2 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ที่แม้จะดูมีแรงเสียดทานน้อยที่สุดในบรรดาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ แต่ก็ใช่ว่าฝ่ายค้านอย่างประชาธิปัตย์จะยอมปล่อยผ่านไปได้ง่ายๆ

เริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา ในเวทีประชาชนผ่าความจริงครั้งที่ 72 โรงเรียนวัดหนองใหญ่ เขตสายไหม “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ได้ฉายหนังตัวอย่างถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 เชื่อมโยงไปถึง “นักธุรกิจการเมือง” ที่เล็งทำธุรกิจด้านพลังงานในพื้นที่คาบเกี่ยวประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน

“ยังไม่รู้ว่ามีโครงการอะไรบ้างที่ไม่ยอมนำเข้ามาสภา แต่สังหรณ์ใจว่ากำลังมีนักการเมืองที่ทำธุรกิจด้านพลังงานกำลังจะทำธุรกิจพลังงานกับประเทศเพื่อนบ้าน...ดังนั้นรัฐบาลจึงไม่กล้าเอาโครงการต่างๆ มาเสนอให้สภารับทราบ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ

แรงกระเพื่อมจากการปราศรัยบนเวที ทำให้ “นพดล ปัทมะ” รีบออกมาปฏิเสธว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่สนใจที่จะลงทุนในธุรกิจนี้ พร้อมย้ำว่า การแก้ไขมาตรา 190 เป็นการแก้เชือกที่มัดมือฝ่ายบริหาร และทำให้มาตรานี้มีความชัดเจนขึ้น ไม่ทำให้เสียเปรียบในการเจรจากับต่างชาติ

แต่นั่นเป็นเพียงแค่น้ำจิ้มเล็กน้อย เมื่อการอภิปรายรอบนี้ประชาธิปัตย์เตรียมหยิบยกประเด็นเรื่องความเสี่ยงต่อการสูญเสียดินแดน ซึ่งเป็นประเด็นที่เปราะบางและอ่อนไหวขึ้นมาให้เห็นเป็นรูปธรรม เชื่อมโยงต่อไปถึงระเบิดเวลาลูกใหญ่อย่างคดีปราสาทพระวิหาร

บาดแผลสำคัญที่ฝ่ายค้านเตรียมถล่มอยู่ที่คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า กรณีที่ “นพดล” สมัยดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ ได้ไปร่วมลงนามในการออกแถลงการณ์ร่วมไทยกัมพูชา ฉบับเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2551 เพื่อสนับสนุนให้กัมพูชาจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ที่ผ่านมาไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 จนทำให้กัมพูชาไม่สามารถหยิบยกไปอ้างในศาลโลก

นี่จึงเป็นตัวอย่างสำคัญที่จะได้สะท้อนให้เห็นถึงความสุ่มเสี่ยงต่อการเสียดินแดนที่อาจเกิดขึ้น ทั้งจากความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ซึ่งจำเป็นจะต้องนำมาสู่การพิจารณาของรัฐสภา

เพราะอย่าลืมว่าพื้นที่พิพาทชายแดน นอกจากพื้นที่บนบกที่เป็นปัญหาไม่ลงตัวแล้ว ยังมีพื้นที่พิพาททางทะเล ที่เชื่อมโยงไปถึงแหล่งพลังงานที่เป็นที่จับจ้องของหลายฝ่าย ท่ามกลางกระแสข่าวว่ามีการต่อรองนำผลประโยชน์ของชาติไปแลกกับผลประโยชน์ส่วนตัว

อีกทั้งการแก้ไขมาตรา 190 ยังมองว่าอาจเป็นการไปล้างความผิดให้กับ “นพดล” ด้วย

เนื่องจากในชั้นคณะกรรมาธิการได้มีการแก้ไขมาตรา 190 เพื่อตีกรอบ “หนังสือสัญญา” ที่จะต้องผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภาให้มีความแคบลงว่า “หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือเขตอํานาจแห่งรัฐพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศโดยชัดแจ้ง”

การแก้ไขแบบนี้จะมีผลให้เรื่องที่จะขอมติจากรัฐสภาจะต้องมีลักษณะที่มีผลกระทบต่อดินแดนอย่างชัดแจ้งเท่านั้น ส่วนหนังสือสัญญาอื่นๆ ที่มีความก้ำกึ่งว่าจะกระทบต่อดินแดนหรือไม่ อาจไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา

ดังนั้น หากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านสภา ย่อมเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ “นพดล” สามารถนำมาต่อสู้คดีในชั้นศาลได้ เพราะมาตรา 190 ฉบับปัจจุบันที่ทำให้ “นพดล” มีความผิดนั้นได้ถูกแก้ไขไปแล้ว ทั้งๆ ที่ศาลปกครองเคยมีความเห็นเกี่ยวกับแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวเอาไว้ว่า “อาจจะเป็นการสูญเสียดินแดน”

ทั้งหมดนี้ฝ่ายค้านถึงไม่ยอมปล่อยให้ร่างแก้ไขมาตรา 190 ผ่านสภาไปได้ง่ายๆ แม้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีเพียงแค่ 4 มาตราก็ตาม โดยเตรียม สส.ไว้ถึง 119 คน

เช่นเดียวกับกลุ่ม สว. นำโดยกลุ่ม 40 สว. ก็จะไม่ยอมให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องจบลงด้วยพลังของเสียงข้างมากเหมือนกับร่างแก้ไขที่มาของ สว.

โดยเนื้อหาที่จะอภิปรายได้วางไว้ทั้งในประเด็นความไม่ถูกต้องของ “กระบวนการ” แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะการกำหนดวันแปรญัตติในวาระแรกมีปัญหาเหมือนกับฉบับอื่นๆ ก่อนจะมาลงใน “เนื้อหา” และเน้นประเด็นการเพิ่มอำนาจให้รัฐบาล และลดอำนาจการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ

ขณะที่ซีกรัฐบาลเตรียมข้อมูลต่อสู้ไว้เช่นกัน โดยการอ้างว่าการแก้มาตรา 190 เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารงานด้านต่างประเทศให้กับฝ่ายบริหารและให้ทันกับยุคกระแสโลกาภิวัตน์

นอกเหนือไปจากการใช้ไม้นวมแล้ว เพื่อตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามผ่านการชี้แจงในตัวเนื้อหาแล้ว ทางคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เตรียมไม้แข็งด้วยการใช้เสียงข้างมากปิดอภิปรายด้วยหากเห็นว่าฝ่ายค้านเล่นเกมลากยาว

แต่ถึงกระนั้น แม้สุดท้ายเสียงข้างมากในสภาจะเดินหน้าผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้จนผ่านวาระ 2-3 ได้สำเร็จ ทว่าอย่างน้อยการอภิปรายของ สส.ฝ่ายค้าน จะได้สะท้อนให้เห็นถึงเงื่อนงำความไม่โปร่งใสที่อาจเกิดขึ้น

ที่สำคัญประเด็นเหล่านี้ยังจะเป็นปัจจัยสอดรับสนับสนุนเพิ่มน้ำหนักให้การเคลื่อนไหวของมวลชนภายนอกสภาในเวลานี้อีกทางหนึ่งด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท