นครบาลไม่รู้ใครปล่อยหมามุ่ยใส่ม็อบคปท.
นครบาลเผยจราจรดีขึ้นหลังเปิดถนนทั้ง14เส้นทางไม่รู้ใครปล่อยหมามุ่ยใส่ม็อบถือเป็นเหตุสุดวิสัย
นครบาลเผยจราจรดีขึ้นหลังเปิดถนนทั้ง14เส้นทางไม่รู้ใครปล่อยหมามุ่ยใส่ม็อบถือเป็นเหตุสุดวิสัย
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น.ในฐานะโฆษกบช.น. แถลงข่าวกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่ชุมนุมอยู่ที่แยกอุรุพงษ์ว่า จากการประเมินสถานการณ์ พบว่า แนวโน้มการชุมนุมดีขึ้น และไม่มีกลุ่มผู้ชุมนุม จะเคลื่อนย้ายมาปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลแต่อย่างใด ตำรวจจึงขอเปิดเส้นทางการจราจรที่ปิดไว้ทั้งหมด เนื่องจากจะได้อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนได้สัญจรไปมาตามปกติ ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาการจราจรก็คล่องตัวดีมาก
"ยังมีถนนบางเส้นทางที่ยังติดขัดอยู่ ซึ่งอยู่ที่บริเวณถนนพระราม 6 ใกล้กลุ่มผู้ชุมนุม โดยในชั่วโมงเร่งด่วนจะยังมีปัญหาอยู่ แต่ทั้งนี้ตำรวจก็เข้าไปอำนวยความสะดวกแล้ว"
พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัยกลุ่มผู้ชุมนุม ตำรวจก็ยังคงวางกำลังไว้เต็มที่ และการข่าวแจ้งว่าเมื่อเวลา 03.00 น.ของวันที่ 15 ต.ค. มีคนร้ายแฝงตัวในคราบผู้ชุมนุม แอบเข้าไปยังพื้นที่ชุมนุมและปล่อยหมามุ่ยขณะที่ผู้ชุมนุมกำลังหลับอยู่ ทำให้มีคนแพ้ราว 20 คน ซึ่งทราบว่าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการเข้ามาแจ้งความแต่อย่างใด
ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย เพราะตำรวจไม่ทราบว่าใครเป็นคนร้าย แต่ทั้งนี้ ก็มีกำลังตำรวจคอยตรวจตราอยู่บริเวณบนทางด่วนเหนือพื้นที่ชุมนุมซึ่งหมุนเวียนกัน 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำกลุ่มผู้ชุมนุมว่าในยามค่ำคืนควรกลับไปพักผ่อนที่บ้านพักจะดีที่สุด เพราะมีความปลอดภัยมากกว่า
"การเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมก็ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตำรวจจะประสานขอให้ย้ายที่ชุมนุมไปยังสนามกีฬาของชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นสถานที่ที่พรรคการเมืองหนึ่งเคยใช้ปราศรัยอยู่ และจุดนั้นจะมีความปลอดภัยมากกว่า อีกทั้งตำรวจก็ดูแลง่าย รวมถึงไม่กีดขวางเส้นทางจราจรด้วย"
โฆษกบช.น. กล่าวอีกว่า ในส่วนของหนังสือสอบถามไปยังกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับการอนุญาตให้ชุมนุมนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการตอบรับกลับมาแต่อย่างใด นอกจากนี้ ในส่วนการขยายพ.ร.บ.ความมั่นคงนั้น ต้องดูสถานการณ์เป็นหลัก หากเห็นว่าเรียบร้อยดีก็อาจจะมีคำสั่งยกเลิก







