
หวั่นข้าวแลกรถไฟจีนเหลวซ้ำบทเรียนลำไย
ประชาธิปัตย์ยกบทเรียนลำไยแลกหัวรถจักรเตือนรัฐหวั่นข้าวแลกรถไฟเหลวซ้ำ จี้เปิดรายละเอียด
ประชาธิปัตย์ยกบทเรียนลำไยแลกหัวรถจักรเตือนรัฐหวั่นข้าวแลกรถไฟเหลวซ้ำ จี้เปิดรายละเอียด
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.กทม. ในฐานะโฆษกครม.เงาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีที่รัฐบาลมีแนวคิดจะนำข้าวไปแลกกับรถไฟกับประเทศจีน นั้นขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดสต็อกว่ามีข่าวอยู่เท่าไหร่ และคุณภาพเป็นอย่างไร เพราะที่ผ่านมาในอดีตก็เคยมีแนวคิดจะนำลำไยไปแลกรถไฟมาแล้ว แต่สุดท้ายก็ล้มเหลวไม่สามารถทำได้จริง
ทั้งนี้ ในสมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เมื่อ ม.ค. 2548 ครม.อนุมัติให้ใช้ลำไยปี 2546/47 แลกรถไฟหัวจักร 7 คัน ต่อมาเดือน มี.ค. 2548 กระทรวงพาณิชย์สรุปใช้ลำไย 56,794 ตัน มูลค่า 1,615 ล้านบาท แลกหัวรถจักร์ แต่ต่อมาเดือน ก.ค. 2548 ได้เพ่ิมจำนวนลำไยเป็น 7 หมื่นตัน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงนามขยายลำไยให้บริษัทซีเอ็นอาร์เป็นตัวแทนรับซื้อลำไย แต่ต่อมา ก.ย. 2548 บริษัทซีเอ็นอาร์ตีกลับลำไย 100 ตัน เพราะลูกบุบอบจนไหม้ สุดท้าย ม.ค. 2549 รัฐบาลเปลี่ยนเงือ่นไขประมูลไม่ใช้บาร์เตอร์เทรด
นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับการนำข้าว ยางพารา มาแลกกับรถไฟจากจีน แต่ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลข้าว ในปัจจุบันไม่เช่นนั้นก็มีโอกาสที่จะล้มเหมือนโครงการลำไยในอดีตที่เร่มต้นเป็นหัวมังกรแต่จบเป็นหางหมา
นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน สส.กทม.ในฐานะรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยรายละเอียดการเซ็นเอ็มโอยูกับประเทศจีนเรืองความร่วมมือการซื้อข้าวปีละ 1 ล้านตัน และ ยางพารา 2 ล้านตันเพราะพูดแต่ข้อดีว่าไทยจะได้อะไร แต่ไม่พูดถึงว่าไทยจะเสียอะไร รวมทั้งต้องให้รายละเอียดการส่งออกเป็นอย่างไร จำนวนเท่าไหร่ในเวลาเท่าไหร่ด้วยรูปแบบใด







