
จบขั้นตอนฟ้องทักษิณ
กรณีที่อัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในคดีความผิดฐานสนับสนุนการก่อการร้ายจากการวิดีโอลิงก์ โฟนอิน หรือทวิตเตอร์เข้ามายังสถานที่ชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 ส่งผลให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หลุดพ้นจากบ่วงคดีก่อการร้ายโดยปริยาย
กรณีที่อัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในคดีความผิดฐานสนับสนุนการก่อการร้ายจากการวิดีโอลิงก์ โฟนอิน หรือทวิตเตอร์เข้ามายังสถานที่ชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 ส่งผลให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หลุดพ้นจากบ่วงคดีก่อการร้ายโดยปริยาย
ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145 ระบุว่า ในกรณีที่อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง และคำสั่งนั้นไม่ใช่ของอัยการสูงสุด ถ้าในนครหลวงกรุงเทพธนบุรี ให้รีบส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมกับคำสั่งไปเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือในต่างจังหวัดให้รีบส่งสำนวนการสอบสวนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด จากนั้นถ้าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือผู้ว่าราชการจังหวัดมีความเห็นแย้งกับอัยการ ให้ส่งสำนวนพร้อมกับความเห็นที่แย้งกันไปยังอัยการสูงสุดเพื่อชี้ขาด
อย่างไรก็ตาม ในคดีนี้อัยการสูงสุดเป็นผู้ให้ความเห็นสั่งไม่ฟ้องด้วยตนเอง จึงถือว่าสิ้นสุดกระบวนการ ยกเว้นเสียแต่ว่าพนักงานสอบสวนจะมีหลักฐานพยานใหม่ จึงจะส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน ในส่วนของประชาชนจะสามารถฟ้องเองได้หรือไม่นั้น ผู้ฟ้องจะต้องเป็นผู้เสียหายโดยตรง และการฟ้องต้องมีจำเลยอยู่ในประเทศ
อย่างไรก็ดี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 6 ที่ระบุว่า แม้อยู่นอกราชอาณาจักรแต่เป็นตัวการที่ทำให้เกิดปัญหาในราชอาณาจักรก็สามารถดำเนินคดีได้ และ ปชป.กำลังพิจารณาว่ามีการใช้ดุลยพินิจที่ผิดกฎหมายหรือไม่ หากเห็นว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบก็จะยื่นกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อตรวจสอบต่อไป







