posttoday
ก่อนความตาย...มาเยือน

ก่อนความตาย...มาเยือน

13 ตุลาคม 2556

เมื่อความตายมาอยู่ตรงหน้า แทบทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นความคาดหวังของคนอื่น ชื่อเสียง เกียรติยศ

“เมื่อความตายมาอยู่ตรงหน้า แทบทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นความคาดหวังของคนอื่น ชื่อเสียง เกียรติยศ ความกลัวที่จะต้องอับอายขายหน้าหรือล้มเหลว จะหมดความหมายไปสิ้น เหลือไว้ก็แต่เพียงสิ่งที่มีคุณค่าความหมาย และความสำคัญที่แท้จริงเท่านั้น วิธีคิดเช่นนี้ยังเป็นวิธีคิดที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้คุณไม่ตกลงไปในกับดักความคิดที่ว่า คุณมีอะไรที่จะต้องสูญเสีย เพราะความจริงแล้วเราทุกคนล้วนมีแต่ตัวเปล่าๆ ด้วยกันทั้งนั้น”

สตีฟ จ็อบส์ เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ประสบความสำเร็จและเป็นต้นแบบของหนุ่มสาวยุคสมัยใหม่ แต่สิ่งเหล่านี้ สตีฟ จ็อบส์ ก็พบว่าไม่มีความหมายแต่อย่างใดเลย เมื่อความตายมาเยือน น่าเสียดายกว่าที่ความตระหนักรู้ ความเข้าใจในชีวิตจากประโยคข้างต้น สตีฟ จ็อบส์ เข้าถึงได้เมื่อทูตมรณะในรูปของโรคมะเร็งได้เข้าโจมตี แต่ก็ถือว่าช่วงที่โรคภัยรุมเร้า ท่ามกลางการรักษาตัวอย่างเข้มข้น สตีฟ จ็อบส์ ก็ยังได้พบความจริงในเรื่องนี้และมีเวลาเตรียมตัวอยู่บ้าง พวกเราหลายคนอาจโชคดีหรือโชคไม่ดีเท่าสตีฟ จ็อบส์ ก็ได้

โชคไม่ดีเพราะหลายคนที่พบความจริงในเรื่องนี้ บ่อยครั้งเรามักระลึกถึงยามที่สิ่งต่างๆ : ความสำเร็จ ชื่อเสียง ทรัพย์สิน ตำแหน่ง หน้าที่ ฯลฯ และที่สำคัญ การมีชีวิต เรากำลังผ่านสิ่งเหล่านี้ กำลังสูญเสียหรือเรากำลังลาจากสิ่งเหล่านี้ไป ซึ่งเมื่อระลึกขึ้นได้ก็สายเกินการณ์เสียแล้ว เพราะคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ก็มักไม่เห็นความสำคัญในเรื่องของการเตรียมพร้อมมากนัก คนที่กำลังพานพบก็มักมีเวลาเหลือน้อย สุขภาพทรุดโทรม สิ่งต่างๆ ไม่เอื้ออำนวยนัก โอกาสเตรียมพร้อมจึงมีน้อยมาก

โชคดีตรงที่เรามีโอกาสเตรียมตัวเพราะเราสามารถให้ตนเองมีทางเลือกในการเผชิญหน้ากับความตาย โดยไม่ต้องรอคอยให้วาระสุดท้ายมาเยือนจนใกล้มาก กระทั่งไม่มีเวลาเตรียมพร้อม ทางเลือกคือ การเตรียมพร้อมรับความตายตั้งแต่วันนี้ ความตายมาถึงแน่นอน ข้อต่อรองมีเพียงว่ามาถึงเมื่อไรและมาถึงในรูปแบบใด เปรียบเหมือนปริศนาชีวิตที่มักเกิดอะไรขึ้นกับเราก็ได้ เราอาจพบโรคร้าย อุบัติเหตุร้ายแรง เราไม่สามารถเลือกเอาหรือไม่เอา ทางเลือกมีเพียงจะตอบรับสิ่งที่เข้ามาอย่างไร เตรียมพร้อมตนเองล่วงหน้าอย่างไร และเมื่อสิ่งเหล่านี้มาถึงจะตั้งรับด้วยวิธีการอย่างไร

กระนั้นเรื่องของการเตรียมพร้อมก่อนความตายมาเยือนจริง สิ่งที่มักเกิดในคนส่วนใหญ่คือ “ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา” เราจึงมักพบว่าหลายคนที่ไม่ทันได้เตรียมตัว โศกนาฏกรรมคือ ความทุกข์แสนสาหัสจากการพลัดพราก สูญเสีย ข้อค้นพบจากอลิซาเบท คูเบอร์รอส ผู้เชี่ยวชาญด้านการเยียวยาผู้ป่วยระยะสุดท้าย คือ ปฏิกิริยาที่มักเกิดขึ้นในผู้คนที่ความตายมาเยือน คือ 1) โกรธ/ปฏิเสธ ความรู้สึกเชิงลบเกิดขึ้นมากมาย โกรธ เสียใจ ผิดหวัง ตกใจ ท่าทีปฏิเสธ ไม่ยอมรับและรวมถึงการกล่าวโทษสิ่งต่างๆ รอบตัว 2) ต่อรอง เป็นขั้นตอนที่คนไข้เริ่มยอมรับความจริงได้บางส่วน แต่ความหวังยังคงมี น่าจะมีหนทางรักษา น่าจะมีความเข้าใจผิด น่าจะยังมีโอกาส ต่อสู้ ดิ้นรนเพื่อขอโอกาสอีกครั้ง 3) ซึมเศร้า เมื่อพบว่าหนทางการต่อรองยากจะเกิดขึ้น ความเศร้า เสียใจคุกคาม อาลัยอาวรณ์ จนเมื่อคนไข้เริ่มทำใจ ยอมรับได้ก็เข้าสู่ภาวะ 4) ยอมรับ คนไข้เริ่มที่จะยอมรับความจริงและพร้อมตระเตรียมตัวเพื่อต้อนรับความตายได้มากขึ้น กิจสำคัญที่คั่งค้างคนไข้เริ่มใส่ใจที่จะสะสาง ความสัมพันธ์ที่อยากแก้ไข เยียวยา เพื่อไม่ตกค้างให้เศร้าหมองจิตใจภายหลัง

อุปสรรคสำคัญที่ทำให้คนส่วนใหญ่ปฏิเสธหรือไม่ใส่ใจความตาย เพราะเราทุกคนมักมีความเชื่อพื้นฐานที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ว่า 1) ความตายเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับเรา แม้บางคนจะเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา 2) ความตายเกิดขึ้นได้กับทุกคน ยกเว้นตัวเรากับคนใกล้ชิด อย่างน้อยก็ยังอีกนาน นี่คือภาวะประมาท หรือภาวะลืมตาย และจากตรงนี้การดำเนินชีวิตของพวกเราหลายคนจึงเป็นลักษณะมุ่งแสวงหาความสุขใส่ตัวผ่านการบริโภคอุปโภค รวมถึงช่องทางที่เพิ่มพูนโอกาสและทรัพยากร อำนาจมาไว้ในตัวเพื่อสามารถให้ตนเองมีฐานะร่ำรวย มูลเหตุสำคัญในการปฏิเสธความตาย หรือการมีภาวะลืมตาย คือ การมีวัฒนธรรมเชิงลึก สังคมไทยมีวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับระบบชนชั้น ชนชั้นที่แบ่งแยกด้วยระบบอาวุโส ระบบฐานะทางเศรษฐกิจ ยศตำแหน่ง สถานภาพ วัฒนธรรมเชิงลึกเช่นนี้เอื้ออำนวยโอกาสและผลประโยชน์ให้กับชนชั้นที่มีฐานะสูง ความร่ำรวยเป็นโอกาสสำคัญของการเลื่อนฐานะชนชั้น ความร่ำรวยจึงเป็นกุญแจสำคัญในวัฒนธรรมเชิงลึกของสังคมไทย

วัฒนธรรมเชิงลึกที่ซ่อนอยู่คือ ความเชื่อบาปบุญ โดยเฉพาะบุญในความหมายของทุน หรือการลงทุนในโลกหน้า หรือในโอกาสของชีวิตนี้ กระแสความนิยมในเกจิอาจารย์หรือในสำนึกต่างๆ มักเกิดขึ้น เนื่องจากการตอบโจทย์ความต้องการเรื่องความร่ำรวยได้ เช่น ผลบุญที่บันดาลลาภ โชคดีที่เกิดขึ้นในชีวิต ความร่ำรวยไม่เพียงช่วยเราได้เลื่อนสถานะชนชั้น แต่ยังช่วยให้เรามีโอกาสเข้าถึงคุณภาพการบริการสาธารณสุขและการรักษาสุขภาพ โรคภัยไข้เจ็บในระดับมีคุณภาพสูง ความเชื่อลึกๆ ต่อเรื่องความตาย ภายใต้การมีฐานะร่ำรวยคือ มันช่วยเรามีอำนาจต่อรองความตายให้ผัดผ่อน เนิ่นช้าหรือประวิงเวลาให้ความตายล่าช้าออกไปได้

ความร่ำรวยตอบโจทย์เรื่องการบริโภคในฐานะเครื่องมือที่นำไปสู่การมีความสุข รวยมากก็สามารถเสพสุขได้มาก น่าเสียดายที่ความสุขเช่นนี้มีข้อจำกัด คือ การต้องไล่ล่าต่อเติมเชื้อความสุขผ่านการบริโภคให้มากขึ้นและมากขึ้น ความสุขที่แสวงหานี่คือ ความสุขแบบโลก โลกียธรรม จากการตอบสนองความสุข ความเพลิดเพลินของสิ่งเสพจากการกิน การดู การฟัง การสัมผัส ผลกระทบจากการทุ่มเทเพื่อความสุขเช่นนี้คือ การหลงลืม การปฏิเสธความตาย ราคาที่ต้องจ่ายคือ การเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ขณะที่ความสุขอีกแบบคือ ความสุขในระดับเหนือโลก โลกุตรธรรม เป็นความสุขจากการได้เรียนรู้ ได้เข้าใจและถึงความจริง หัวใจและคุณค่าสำคัญของความสุขนี้คือ การปล่อยวาง

สตีฟ จ็อบส์ คือ ตัวอย่างผู้เรียนรู้ที่จะปล่อยวางผ่านการยอมรับความจริง พวกเราสามารถเตรียม พร้อมรับ ก่อนความตายมาเยือน เพื่อไม่สายเกินการณ์และไม่ต้องโกรธเคือง ต่อรอง หรือซึมเศร้าโดยใช่เหตุในภายหลัง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท