
ขยายพรบ.มั่นคง
สถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงมีอีกหลายจังหวัดจมอยู่ใต้น้ำ ทว่าทุกฝ่ายจับตาพายุลูกใหม่ “นารี”
1.กรมอุตุฯ เตือน ปชช.รับมือพายุนารีเข้าไทย
สถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงมีอีกหลายจังหวัดจมอยู่ใต้น้ำ ทว่าทุกฝ่ายจับตาพายุลูกใหม่ “นารี” ที่ก่อตัวในบริเวณทะเลจีนใต้ โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. ส่งผลทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกระดับปานกลางกับมีลมแรง ขณะเดียวกันมวลน้ำก้อนใหญ่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้พื้นที่ชั้นนอกของกรุงเทพฯ อีกทั้งอาจสมทบกับน้ำทะเลหนุนในช่วงเวลาเดียวกัน จึงต้องติดตามว่านอกจากรัฐบาลจะมีมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัยกว่า 3.5 ล้านคนอย่างไร แล้วยังมีแนวทางบริหารจัดการน้ำไม่ให้กระทบต่อกรุงเทพฯ เช่นไร
2.จับตาขยาย พรบ.มั่นคงถึงแยกอุรุพงษ์
สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ซึ่งเลือกแยกทางออกมาจากกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ยังคงปักหลักอยู่ที่แยกอุรุพงษ์ ต่อต้านการบริหารงานของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องจับตาว่าการปักหลักชุมนุมยืดเยื้อจะส่งผลให้รัฐบาลขยายพื้นที่ในการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 18 ต.ค.ถูกขยายออกไปอีกหรือไม่ ขณะเดียวกันอุณหภูมิของสถานการณ์การการชุมนุมยังไม่น่าไว้วางใจ เพราะอาจเกิดความวุ่นวายจากมือที่สาม ซึ่งมุ่งหวังก่อเหตุร้ายให้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
3.ยื่น ปปช.สอบอัยการปล่อยทักษิณพ้นคดี
พรรคประชาธิปัตย์ เตรียมยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบการทำหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) กรณีไม่สั่งฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากการโฟนอินเข้ามายังเวทีปราศรัยกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553 ไม่เข้าข่ายเป็นผู้ต้องหาในคดีก่อการร้าย เนื่องจากอยู่นอกราชอาณาจักร ปมจุดนี้ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตถึงมาตรฐานการตัดสินของอัยการที่ผู้ต้องหาสามารถหลุดพ้นทุกคดีได้หากอยู่นอกประเทศ







