
ยลโฉม 'รถบีอาร์ที' นวัตกรรมเมืองจีนกู้วิกฤตจราจรกทม.
...อาทิตย์ เคนมี
ในที่สุดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวรถประจำทางด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) ให้ประชาชนคนกรุงได้ยลโฉมเป็นครั้งแรก โดยนำมาจัดแสดงที่ลานคนเมือง ให้คณะผู้บริหาร กทม. ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด โดยคาดว่าจะสามารถเปิดทดลองวิ่งให้บริการอย่างเป็นทางการในเส้นทางนำร่องสายช่องนนทรีราชพฤกษ์ ระยะทาง 16.5 กิโลเมตร เพื่อต้อนรับเปิดเทอมภายในวันที่ 15 พ.ค.นี้ พร้อมเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการฟรีในช่วงแรก
ภายหลังจากตรวจสอบสภาพรถและคุณสมบัติโดยรวมแล้ว นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะผู้กำกับดูแลโครงการ เอ่ยปากรับประกันคุณภาพรถเมล์ด่วนบีอาร์ทีว่า เป็นที่น่าพอใจสมกับที่ตั้งตารอคอย โดยเชื่อว่าจะสามารถบรรเทาปัญหาวิกฤตจราจรและช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้กับชาว กทม.ได้
นายธีระชน กล่าวว่า ขณะนี้การดำเนินการก่อสร้างเส้นทางและสถานีทั้ง 12 แห่ง มีความคืบหน้าแล้ว 99% เหลือเพียงการเก็บรายละเอียดเล็กน้อย รวมถึงอยู่ระหว่างการติดตั้งและทดสอบระบบจราจรอัจฉริยะ (Intelligent Transport System : ITS) และการก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุง
นายธีระชน กล่าวว่า การเปิดตัวรถบีอาร์ทีครั้งนี้เป็นรถที่บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บีทีเอสซี) เป็นผู้จัดหารถจำนวน 25 คัน และบริหารการเดินรถทั้งหมด ภายใต้วงเงิน 535 ล้านบาท โดยมีอายุสัญญาว่าจ้าง 7 ปี
ทั้งนี้ ตามกำหนดการเดินรถเบื้องต้น กทม. จะเปิดให้บริการฟรีแก่ประชาชนตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.31 ส.ค. จากนั้นตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.31 ธ.ค. จะเก็บค่าโดยสารในอัตรา 10 บาทตลอดสาย และในวันที่ 1 ม.ค. 2554 เป็นต้นไป จึงจะเก็บค่าโดยสารในอัตรา 1220 บาท
นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา ผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ บริษัท บีทีเอสซี กล่าวว่า รถบีอาร์ทีที่จะนำมาวิ่งให้บริการประชาชนเป็นรถที่ผลิตและนำเข้าจากประเทศจีน ยี่ห้อ
“SUNLONG” รุ่น SLK6125CNG ในราคาคันละ 8 ล้านบาทระบบเครื่องยนต์ของรถบีอาร์ทีกำหนดให้เป็นไปตามมาตรฐานยูโร ทรี ใช้พลังงานขับเคลื่อนด้วยก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) มีขนาดความกว้าง 2.52 เมตร ยาว 12 เมตร สูง 3.44 เมตร หรือสูงกว่ารถเมล์ปรับอากาศทั่วไป 60 เซนติเมตร สามารถบรรจุผู้โดยสารได้ทั้งหมดไม่เกิน 80 คน โดยมีที่นั่งผู้โดยสาร 20 ที่นั่ง และที่ล็อกเก้าอี้ล้อเลื่อนสำหรับผู้พิการ 1 จุด ส่วนประตูขึ้นลงอยู่ฝั่งขวาในระดับเดียวกับตัวชานชาลา
ภายในตัวรถยังมีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยครบครัน โดยติดตั้งกล้องซีซีทีวี 2 กล้อง พร้อมระบบดาวเทียมนำทาง (จีพีเอส) และจอแอลซีดีอธิบายเส้นทาง ขณะที่ระบบการจัดเก็บค่าโดยสาร คาดว่าจะใช้ระบบตั๋วร่วมที่สามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอสได้
“
หากเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว คาดว่าจะมีผู้โดยสารในปีแรกไม่ต่ำกว่า 3.5 หมื่นคนต่อวัน” นายสุรพงษ์ กล่าว






