
กลไกประชาธิปไตย
เรื่องร้อนที่ผ่านมาหนีไม่พ้นเกี่ยวกับสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ได้มีการนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ สว. เข้าสู่รัฐสภา
เรื่องร้อนที่ผ่านมาหนีไม่พ้นเกี่ยวกับสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ได้มีการนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ สว. เข้าสู่รัฐสภา ซึ่งผ่านความเห็นชอบไปแล้ว แต่ปรากฏว่าได้มี สส. และ สว. ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา
ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวเกิดประเด็นปัญหาขึ้นเมื่อนายกรัฐมนตรี รวมถึงฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนหนึ่งเห็นว่าต้องทำตามมาตรา 150 รัฐธรรมนูญ ความว่า “ร่างพระราชบัญญัติที่ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายภายในยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างพระราชบัญญัตินั้นจากรัฐสภาเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้”
ด้วยข้อความเช่นว่า นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำฝ่ายบริหาร ก็ยืนยันว่าตนต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ส่วนบรรดาผู้ที่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายนิติบัญญัติ ก็เห็นว่าต้องปฏิบัติตามมาตรา 154 ของรัฐธรรมนูญ นั่นคือ “ร่างพระราชบัญญัติใดที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ตามมาตรา 150”
“หากสมาชิก สส. สว. หรือสมาชิกของทั้งสองสภารวมกันมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา เห็นว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ให้เสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา หรือประธานรัฐสภา แล้วแต่กรณี แล้วให้ประธานแห่งสภาที่ได้รับความเห็นดังกล่าวส่งความเห็นนั้นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย และแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบโดยไม่ชักช้า”
“ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ให้นายกรัฐมนตรีระงับเพื่อประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไว้จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย”
ฝ่ายที่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก็เห็นว่าการจะดำเนินการตามมาตรา 150 นั้น จะต้องปรากฏว่าไม่มีการดำเนินการตามมาตรา 154 เกิดขึ้น แต่หากมีการดำเนินการตามมาตรา 154 เกิดขึ้น การดำเนินการตามมาตรา 150 จะถูกครอบโดยมาตรา 154 นั่นคือ นายกรัฐมนตรีจะต้องระงับการดำเนินการเพื่อประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติไว้
ฝ่ายที่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเห็นว่าการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ก็เป็นการดำเนินการส่วนหนึ่งเพื่อประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติ แต่ฝ่ายนายกรัฐมนตรีเห็นว่าการนำประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงถือเป็นการประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติ
ปรากฏว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่รับฟ้อง เนื่องจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่ “ร่างพระราชบัญญัติ” เป็นอันว่าก็ทำได้สำหรับฝ่ายนายกรัฐมนตรี
ทั้งหมดคือ การดุล คาน ของอำนาจทั้งสามฝ่าย ลองพิจารณาดูว่าท่านคิดเห็นอย่างไร หรือต้องช่วยกันหาความลงตัวให้กับประชาธิปไตยของเรา







