
ตร.คาดสร้างสถานการณ์ปมปาบึ้ม
รองผบช.น. เผย เตรียมจัดชุดเจรจาม็อบอุรุพงษ์ คาดสร้างสถานการณ์ปาบึ้ม
รองผบช.น. เผย เตรียมจัดชุดเจรจาม็อบอุรุพงษ์ คาดสร้างสถานการณ์ปาบึ้ม
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. แถลงกรณีกลุ่มกองทัพธรรม และกองทัพประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณ ได้มาชุมนุมที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล และได้แยกย้ายออกจากพื้นที่ไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2556 เวลาประมาณ 14.00 น. นั้น ว่า ในวันเดียวกัน ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งได้พยายามจะเข้ามาร่วมชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลด้วย แต่ไม่สามารถเข้ามาร่วมได้ เนื่องจากบริเวณที่ชุมนุมนั้นเป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ซึ่งหลังจากที่กลุ่มผู้ชุมนุมที่บริเวณทำเนียบรัฐบาลได้เลิกการชุมนุมไป กลุ่มดังกล่าวจึงได้ไปรวมตัวกัน บนผิวการจราจร ที่บริเวณแยกอุรุพงษ์ บริเวณถนนพระราม 6 หน้าตลาดประแจจีน แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี ซึ่งเป็นบริเวณนอกเขตพื้นที่ประกาศตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ทำให้การจราจรบริเวณแยกอุรุพงษ์ติดขัดอย่างมาก สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาชั่วโมงเร่งด่วน ประกอบกับเส้นทางถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เป็นเส้นทางเสด็จของพระบรมวงศานุวงศ์และบุคคลสำคัญ และในช่วงนี้ นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน จะเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวอีกว่า ทางบช.น. จึงขอเรียนว่าการชุมนุมเป็นสิทธิทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญก็จริง แต่ก็ต้องกระทำโดยสงบและไม่กระทบต่อสิทธิของบุคคลอื่น และขอร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้โปรดเห็นแก่ความสง่างามและศักดิ์ศรีของประเทศ กรุณาเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ดังกล่าวโดยเร็วด้วย ประกอบกับการกระทำดังกล่าวนั้นเป็นการปิดถนน ซึ่งเป็นทางสาธารณะ เป็นความผิดตามกฎหมาย และสร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนผู้ใช้เส้นทางอีกด้วย
พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวด้วยว่า และจากสถานการณ์การชุมนุมที่บริเวณแยกอุรุพงษ์ ที่ผ่านมาเมื่อคืนนี้ เวลาประมาณ 02.09 น. เกิดเหตุคนร้ายใช้ระเบิดเพลิงโยนเข้าใส่ที่ชุมนุมที่บริเวณแยกอุรุพงศ์ ซึ่งแยกตัวจากกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ที่บริเวณประตู 3 ทำเนียบฯพร้อม ทิ้งใบปลิวโจมตีการชุมนุม ก่อนหลบหนีไปทางแยกยมราช เป็นเหตุให้เต็นท์หลังเวทีพังเสียหาย เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 1 ราย คือ นายภัทราวุฒิ จิระพิบูลย์พันธ์ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่150 หมู่ที่ 7 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และกระจกหลังรถยนต์แท็กซี่ ทะเบียน ทร 1676 กทม. แตกเสียหาย ผู้ขับขี่คือ นายมิตรชัย ทวีพจน์ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63 หมู่ที่ 5 ต.บ่อพันขัน อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด จึงประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางดังกล่าว และอย่าเข้ามาร่วมชุมนุม ซึ่งอาจเกิดความไม่ปลอดภัยขึ้นได้
ถามว่ามีภาพวงจรปิดผู้โยนระเบิดหรือไม่ พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท และกก.สส.บก.น.1 กำลังตรวจสอบภาพวงจรปิด ทราบว่ากล้องวงจรปิดพื้นที่ราบเป็นของ กทม. ส่วนกล้องบนทางด่วนเป้นของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ขณะนี้ให้ฝ่ายสืบสวนประสานไปทางผู้ว่าการทางฯแล้ว โดยก่อนหน้านี้สัปดาห์ที่แล้วได้ประสานเพื่อขอนำภาพจากกล้องวงจรปิดการทางฯที่มีกว่า 100 ตัว เพื่อให้สามารถดูได้ที่ บช.น.แล้ว แต่ยังไม่ทันเสร็จสิ้น
ถามว่าสาเหตุที่มีการปาระเบิดมาจากเรื่องอะไร พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวว่า สาเหตุน่าจะมาจากการสร้างสถานการณ์ เนื่องจากมีผู้ต้องการกดดันให้ผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรง แต่เจ้าหน้าที่ได้ใช้ความระมัดระวังแล้ว แต่ก็มีคนร้ายปาวัตถุจากบนทางด่วนลงมาพร้อมมีใบปลิวโปรยว่า “พวกมึงทำให้กูรถติด ไปหาที่ประท้วงที่ใหม่” โดยระเบิดที่ปาน่าจะมีมากกว่า 2 ขวดใช้ขวดเครื่องดื่มชูกำลัง ใส่เม็ดก้อนเหล็กกลมๆข้างใน ใส่น้ำมันจุดไฟแล้วโยนลงมา อย่างไรก็ตาม ให้ทางฝ่ายสืบสวนพนักงานสอบสวนรวบรวมตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดแล้ว ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมเมื่อคืนมีประมาณ 300 คน ช่วงเช้าที่ผ่านมาไปตรวจสอบมีประมาณ 50-60 คน
“ในส่วนนี้ ผมในฐานะโฆษก บช.น. ก็เป็นหัวหน้าชุดเจรจาต่อรอง พูดคุยให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าใจสถานการณ์ และให้การปฏิบัติเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ไม่กระทบสิทธิผู้อื่น ซึ่งต้องมีการเจรจาต่อไปให้ไปรวมตัวกันที่สวนลุมพินี เพราะการชุมนุมที่แยกอุรุพงษ์จะไปกระทบผู้อื่น แต่การชุมนุมที่สวนลุมพินีก็เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเช่นกัน” โฆษก บช.น.กล่าว







