
คดีก่อการร้าย
คดีก่อการร้ายจากข่าวลือเป็นข่าวจริงจนได้ เมื่อ นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อัยการสูงสุด (อสส.) แถลงยอมรับ อสส. มีคำสั่งไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในข้อหาก่อการร้าย ด้วยเหตุผลการวิดีโอลิงก์มายังเวทีการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เมื่อเดือน พ.ค. 2553 มีเนื้อหาสาระไม่ได้เรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมกระทำการเผาศาลากลางจังหวัด สถานทูต หรือให้ล้มล้างรัฐธรรมนูญโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
คดีก่อการร้ายจากข่าวลือเป็นข่าวจริงจนได้ เมื่อ นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อัยการสูงสุด (อสส.) แถลงยอมรับ อสส. มีคำสั่งไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในข้อหาก่อการร้าย ด้วยเหตุผลการวิดีโอลิงก์มายังเวทีการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เมื่อเดือน พ.ค. 2553 มีเนื้อหาสาระไม่ได้เรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมกระทำการเผาศาลากลางจังหวัด สถานทูต หรือให้ล้มล้างรัฐธรรมนูญโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย้อนกลับไปมีระดับแกนนำ นปช. จำนวน 24 คน ตกอยู่ในสถานะผู้ต้องหาก่อการร้าย อาทิ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ข้อหาฐานยุยงปลุกปั่นมวลชนต้านรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ยุบสภาเมื่อปี 2553 ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการสืบพยานในชั้นศาล
ขณะที่ก่อนหน้านี้ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) อาทิ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย และบรรดาแกนนำรุ่น 1 และ 2 รวม 15 คน ตกอยู่ในสภาพเช่นเดียวกันกับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง คือ กรณีปิดล้อมสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อปี 2551 โดยอัยการได้ส่งฟ้องศาลแล้วเช่นกัน







