posttoday
เพิ่มเพดานหนี้ค้ำกู้จำนำข้าว

เพิ่มเพดานหนี้ค้ำกู้จำนำข้าว

11 ตุลาคม 2556

ผ่าทางตันหาเงิน2.5แสนล้านให้ธกส.สบน.ขอมติครม.ช่วยเปิดช่องไม่ต้องเพิ่มทุน

ผ่าทางตันหาเงิน2.5แสนล้านให้ธกส.สบน.ขอมติครม.ช่วยเปิดช่องไม่ต้องเพิ่มทุน

เบญจาสั่งคลังตั้งแท่นกู้จำนำข้าวเพิ่ม ธ.ก.ส.ดื้อไม่จ่ายเงินให้ชาวนาหากไม่รู้ที่มาแหล่งเงิน

นางเบญจา หลุยเจริญ รมช.คลัง ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถผ่าทางตันแก้ไขปัญหาเงินที่จะนำมาใช้ในการจำนำข้าวฤดูกาล 2556/2557 วงเงิน 2.5 แสนล้านบาทได้แล้ว แม้ สบน.จะติดเพดานค้ำประกันหนี้ และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะติดระเบียบห้ามกู้เงินเกิน 6 เท่าของเงินทุนได้แล้ว โดยจะออกเป็นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ สบน.ขยายการค้ำประกันหนี้ให้โดยไม่ต้องให้ ธ.ก.ส.เพิ่มทุน

ทั้งนี้ สบน.พร้อมที่จะกู้เงินให้ ธ.ก.ส.ไปใช้ในการรับจำนำข้าวได้ทันทีที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ข้อสรุปแหล่งที่มาของเงิน

สำหรับกรอบการกู้เงินจำนำข้าวรอบใหม่ กระทรวงการคลัง สามารถค้ำประกันเงินกู้เงินให้กับ ธ.ก.ส.เพื่อจ่ายเงินจำนำข้าวให้ชาวนา 2.5 แสนล้านบาท ส่วนปัญหาที่ ธ.ก.ส. มีเพดานให้กระทรวงการคลังค้ำประกันไม่เกิน 6 เท่าของเงินทุน ซึ่งตอนนี้เหลือวงเงินที่ค้ำได้ 1.35 แสนล้านบาท สามารถแก้ไขโดยใช้อำนาจของรัฐมนตรีขยายการค้ำประกันได้ โดยที่ไม่ต้องเพิ่มทุน

แหล่งข่าวจาก ธ.ก.ส. ระบุว่า ธนาคารจะไม่จ่ายเงินรับจำนำข้าวรอบใหม่ให้กับเกษตรกร จนกว่า ครม.จะมีมติชัดเจนว่าจะให้ใช้เงินจากแหล่งไหน ถึงแม้ว่าขณะนี้การรับจำนำข้าวรอบใหม่วงเงิน 2.7 แสนล้านบาทได้เริ่มแล้ว หน่วยงานที่รับจำนำได้ออกใบประทวนเพื่อให้มาขึ้นเงินก็ธนาคารแล้วก็ตาม

อย่างไรก็ดี การประชุมสภาเมื่อวานนี้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถามสดนายกฯ เรื่องโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว โดยระบุว่า ขณะนี้โครงการรับจำนำฤดูกาลใหม่เริ่มมาถึงวันที่ 10 ต.ค.แล้ว แต่พบว่ามีโรงสีเข้าร่วมโครงการเพียง 19 แห่งเท่านั้น ทั้งที่รัฐบาลบอกว่าจะเปิด 250 โรงสี โดยปีที่แล้วเปิดถึง 800 โรงสี จึงกังวลว่าหากโรงสียังไม่พร้อมทั้งที่รัฐดำเนินนโยบายมาแล้วถึง 3 ปี สุดท้ายชาวนาจะต้องขายข้าวเป็นเงินสดและได้เงินเพียง 8,000 บาทเท่านั้น

นอกจากนี้ ชาวนาร้องเรียนว่าไม่ได้รับเงินหลายรายจากการรับจำนำข้าวจำนวน 4.5 แสนตัน รอบฤดูกาลที่ผ่านมา วงเงิน 6,000 ล้านบาท ดังนั้นรัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร เพราะโครงการใหม่ปี 2556/2557 วงเงิน 2.7 แสนล้านบาทรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนว่าจะหาเงินมาจากแหล่งใด

นายวราเทพ รัตนากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ชี้แจงว่า ขณะนี้ยังเป็นเพียงต้นฤดูกาล ยืนยันว่ายังไม่มีปัญหาข้าวออกมาจนไม่มีโรงสีรองรับ อีกทั้งโรงสีบางแห่งยังส่งข้าวในฤดูกาลเก่าไม่ครบและยังไม่สามารถปิดโครงการเดิมได้ จึงทำให้จำนวนโรงสีน้อย อย่างไรก็ตามจุดที่ยังไม่มีโรงสีเข้าร่วมโครงการนั้น แต่ละจังหวัดมีคณะอนุกรรมการสามารถรับฝากข้าวได้ ทั้งนี้ล่าสุดมีรายงานแจ้งมาว่ามีโรงสีเข้าสมัครถึง 647 แห่งแล้ว

ด้านน.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ประธานอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว กล่าวว่า การปิดบัญชีการรับจำนำข้าว 2 ปี ที่ผ่านมาจะทำเฉพาะ 3 ฤดูการผลิตแรกเท่านั้น ส่วนฤดูการผลิตในฤดูการที่ 4 ยังไม่ปิด เพราะข้อมูลมีน้อย ส่วนผลการขาดทุนของการรับจำนำจะสูงถึงปีละ 2 แสนล้านบาท หรือไม่ ยังระบุ เพราะอยู่ระหว่างการทบทวนตัวเลขขั้นสุดท้าย

ขณะที่จ.พิจิตร โรงสี 27 แห่งจาก 31 แห่ง ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวฤดูกาล 2556/2557 เนื่องจากยังค้างส่งข้าวสารเข้าคลังสินค้าของ อ.ต.ก. และ อคส. ดังนั้นเมื่อจะเข้าโครงการรับจำนำข้าวจะต้องปิดสต็อกส่งของเก่าให้เสร็จสิ้น ซึ่งขณะนี้โรงสีทุกแห่งรับปากแล้วว่าจะแปรรูปข้าวเปลือกเป็นข้าวสารส่งคลังสินค้าให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 ต.ค. 2556

เวลา 11.30 น.ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรีเรื่องโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว โดย นพ.วรงค์ กล่าวว่า ขณะนี้โครงการรับจำนำฤดูกาลใหม่เริ่มมาถึงวันที่ 10 ต.ค.แล้ว แต่พบว่ามีโรงสีเข้าร่วมโครงการเพียง 19 แห่งเท่านั้น ทั้งที่รัฐบาลบอกว่าจะเปิด 250 โรงสี โดยปีที่แล้วเปิดถึง 800 โรงสี จึงกังวลว่าหากโรงสียังไม่พร้อมทั้งที่รัฐดำเนินนโยบายมาแล้วถึง 3 ปี สุดท้ายชาวนาจะต้องขายข้าวเป็นเงินสดและได้เงินเพียง 8 พันบาทเท่านั้น นอกจากนี้ชาวนาร้องเรียนว่าไม่ได้รับเงินหลายรายจากการรับจำนำข้าวจำนวน 4.5 แสนตันรอบฤดูกาลที่ผ่านมาวงเงิน 6 พันล้านบาท ดังนั้นรัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร เพราะโครงการใหม่ปี 2556/2557 วงเงิน 2.7 แสนล้านบาทรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนว่าจะหาเงินมาจากแหล่งใด

นายวราเทพ รัตนากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ชี้แจงว่า ขณะนี้ยังเป็นเพียงต้นฤดูกาล ยืนยันว่ายังไม่มีปัญหาข้าวออกมาจนไม่มีโรงสีรองรับ อีกทั้งโรงสีบางแห่งยังส่งข้าวในฤดูกาลเก่าไม่ครบและยังไม่สามารถปิดโครงการเดิมได้ จึงทำให้จำนวนโรงสีน้อย อย่างไรก็ตามจุดที่ยังไม่มีโรงสีเข้าร่วมโครงการนั้น แต่ละจังหวัดมีคณะอนุกรรมการสามารถรับฝากข้าวได้ ทั้งนี้ล่าสุดมีรายงานแจ้งมาว่ามีโรงสีเข้าสมัครถึง 647 แห่งแล้ว

นายวราเทพ กล่าวต่อว่า กรณีที่ชาวนายังไม่ได้เงินจากโครงการก่อนหน้านี้ เพราะรัฐบาลกำหนดเป้าหมายรับจำนำ วงเงินไม่เกิน 5 แสนบาท ไม่เกิน 22 ล้านตัน เพื่อกำหนดกรอบวินัยการเงิน การคลัง แต่เนื่องจาก 2 ฤดูกาลที่ผ่านมามีการจำนำเกินกว่ากำหนด ทำให้มีเกษตรกรที่นำข้าวมาเข้าโครงการรับใบประทวนไปแล้วแต่ยังไม่ได้รับเงิน ประมาณ 4 แสนกว่าตัน วงเงิน 6 พันล้านบาท แต่คาดว่าการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 15 ต.ค.นี้จะมีการอนุมัติจ่ายเงินให้แก่เกษตรกรได้

“ส่วนเงินฤดูกาลใหม่ 2.7 แสนล้านบาทนั้นรัฐบาลจะจัดสรรเงินมาได้แน่นอน โดยจะมีกรอบวงเงินให้ ธกส.ดำเนินการจ่ายไปก่อน แล้วให้รัฐบาลชำระคืน และให้ ธกส.หาเงินกู้โดยให้รัฐบาลค้ำประกัน” นายวราเทพกล่าว

ด้าน นพ.วรงค์ กล่าวว่า จำนวนโรงสี 647 แห่งเป็นแค่การสมัคร แต่ยังไม่ได้เปิดรับข้าว อย่างไรก็ตาม แม้จะเข้าประชุม กขช.แต่นายวราเทพไม่สามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้ ขนาดตนไม่ได้เข้าประชุมด้วยแต่มีข่าววงในแจ้งมาว่าแท้จริงแล้วรัฐบาลต้องใช้เงินถึง 9 พันล้านบาท ไม่ใช่ 6 พันล้านบาท เพื่อจ่ายให้แก่เกษตรกร เพราะตัวเลข 6 พันล้าน 4.5 แสนตันนั้นต้องจ่ายให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการก่อนวันที่ 15 ก.ย.แต่หลังจาก 15 ก.ย.รัฐบาลบอกว่าจะชดเชยให้เกษตรกร 2,500 บาทต่อเกวียน ประมาณ 3 พันล้านบาท ดังนั้นจึงรวมเป็น 9 พันล้านบาทที่รัฐบาลต้องจ่าย ดังนั้นรัฐบาลจะบริหารเงินอย่างไรเพราะในวงเงิน 2.7 แสนล้านบาทยังมีความสับสนในแหล่งเงินเพราะทาง ธกส.ยืนยันแล้วว่าจะไม่จ่ายก่อนล่วงหน้า

“สิ้นเดือน ธ.ค.นี้ รัฐบาลบอกว่ากรอบวินัยการเงิน การคลัง ต้องไม่เกิน 5 แสนล้านบาท 4.1 แสนล้านเป็นเงินที่รัฐบาลค้ำให้ ส่วนอีก 9 หมื่นล้าน ธกส.กู้ การที่รัฐยืนยันว่าต้องอยู่ในกรอบ 5 แสนล้าน แต่ปรากฏว่า 2.7 แสนล้านก็ต้องไปกู้ สะท้อนว่ารัฐไร้ซึ่งวินัยการเงิน การคลังอย่างชัดเจน” นพ.วรงค์กล่าว

นพ.วรงค์ ยังระบุว่า ปกติราคาข้าวสารจากเดิม 2.4 หมื่นบาทแพงกว่าราคาข้าวเปลือก 1.5 หมื่นบาท แต่ปรากฏว่าขณะนี้ราคาข้าวสารลดลงเหลือเพียง 1.2 หมื่นเท่านั้น ต่ำกว่าราคาข้าวเปลือก จึงขอถามรัฐบาลว่าสูญเสียการควบคุมราคาข้าวจนปล่อยให้ราคาข้าวสารตกต่ำใช่หรือไม่

นายวราเทพ ชี้แจงว่า วันที่ 31 ธ.ค.เป็นตัวกำหนดว่าโครงการรับจำนำข้าวเกินกรอบวินัยการเงิน การคลังหรือไม่ แต่ขณะนี้อยู่ในเดือน ต.ค.เท่านั้นเท่ากับ นพ.วรงค์ ด่วนสรุปไปก่อนล่วงหน้า และขณะนี้ที่ ธกส.จ่ายไม่ได้ เพราะยังไม่มีมติในการจ่าย จึงต้องมีการพิจารณาผ่านมติครม.เพื่อให้มีการจ่ายเงินในยอดที่มีจำนวนข้าวเข้าโครงการเกินไปจากกรอบเดิม

“ส่วนราคาข้าวสารนั้น กระบวนการต้องยอมรับกลไกของการขายและระบายข้าว รัฐบาลมีข้าวจำนวนมาก ผู้ซื้อก็กดราคา กระทรวงพาณิชย์จึงไม่อยากบอกข้อมูลสต็อกข้าว เพราะราคาจะตกลง ข้าวสารที่มีราคาถูกนั้นผู้มีหน้าที่ต้องดำเนินการ แต่หากถามว่าทำไมข้าวเปลือกแพง ก็ต้องบอกว่าให้สูงเพื่อให้ชาวนาได้ประโยชน์” นายวราเทพกล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท