
กนง.ยันแผนแก้หนี้สหรัฐไม่กดดันดอกเบี้ย
“ณรงค์ชัย” ชี้วิกฤตสหรัฐไม่กดดัน กนง.ตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ย แม้เศรษฐกิจโลกผันผวนสูง
“ณรงค์ชัย” ชี้วิกฤตสหรัฐไม่กดดัน กนง.ตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ย แม้เศรษฐกิจโลกผันผวนสูง
นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี และกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)เปิดเผยถึงสถานการณ์ Government Shutdown และการขยายเพดานหนี้สาธารณะของสหรัฐ ว่า ปัญหานี้สร้างความปั่นป่วนให้เศรษฐกิจทั่วโลก เพราะยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลของสหรัฐจะตกลงกันได้หรือไม่ โดยเฉพาะการขยายเพดานหนี้ แต่มีแนวโน้มว่าอาจจะตกลงกันภายในวันที่ 1516 ต.ค.นี้ และหลีกเลี่ยงจากการผิดชำระหนี้ของรัฐบาลสหรัฐได้
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าปัญหาในสหรัฐคงจะไม่ส่งผลในการตัดสินใจของคณะกรรมการ กนง.ที่จะมีการประชุมกันในวันที่ 16 ต.ค.นี้ แต่อย่างใด
นายณรงค์ชัย กล่าวว่า การขยายเพดานหนี้ออกไป เป็นการแก้ปัญหาระยะสั้นเท่านั้น และในไม่ช้าปัญหานี้จะกลับมาให้รัฐบาลสหรัฐต้องแก้ปัญหาอีก แต่ในระยะสั้น หากเหตุการณ์ในสหรัฐบานปลายจนเกิดการผิดชำระหนี้ จะมีผลกระทบทางเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นในวงกว้างทั่วโลก เพราะการล้มลงของบริษัทเลแมน บราเดอร์ส ในปี 2551 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกสูงมาก แต่หากสหรัฐผิดนัดชำระหนี้จะเสียหายมากกว่าหลายเท่าตัว
"ในปี 2008 แค่เพียงการล้มของเลแมน บราเดอร์ส แค่เพียงแห่งเดียวก็เกิดวิกฤตต่อระบบเศรษฐกิจของโลกสูงมาก หากเหตุการณ์ปีนี้เกิดกรณีร้ายแรงที่สุดคือ การผิดชำระหนี้ของสหรัฐ จะส่งผลให้สถาบันการเงินหรือองค์กรทางการเงินล้มละลายต่อเนื่อง และเป็นเหตุการณ์วิกฤตที่เสียหายมากกว่าเดิมหลายเท่า"นายณรงค์ชัยกล่าว
นายณรงค์ชัย กล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจไทย จะยังมีปัจจัยที่อาจสร้างความผันผวนทางเศรษฐกิจได้ตลอดเวลา และเป็นสถานการณ์ที่แต่ละประเทศ ต้องดำเนินนโยบายรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้ดีที่สุด โดยขณะนี้ต้องถือว่าเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง ทุนสำรองที่มากพอจะรองรับกับความผันผวน หากเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ เช่น อินเดียและอินโดนีเซีย เศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งมากกว่า แต่สามารถรับผลกระทบได้ในระดับปานกลางเท่านั้น
นายบันลือศักดิ์ ปุสสะรังษี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย สายบริหารความเสี่ยง ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า หากสหรัฐไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่างงบประมาณปี 2557 ได้ภายใน 21 วัน จะทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) สหรัฐลดลง 0.9% และจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวเพียง 2.5% ต่ำกว่าที่คาดการณ์เดิม 2.8% ขณะที่การส่งออกจะลดลงเหลือ 4% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวที่ 56% จึงหวังว่า สหรัฐจะผ่านพ้นเหตุการณ์นี้ไปได้ด้วยดี
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยปี 2557 คาดว่าจะเติบโตที่ 3.43.5% เพราะยังมีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากเศรษฐกิจโลกเติบโตช้าลง ทำให้การส่งออกไทยไม่สามารถขยายตัวมากนัก โดยปีหน้าภาครัฐควรเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณให้มากขึ้น และทยอยลดโครงการที่ไม่จำเป็นต่อเศรษฐกิจ เช่น การรับจำนำข้าวเพราะปัจจุบันหนี้ภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้น ทำให้การจับจ่ายใช้สอยในประเทศและการออมน้อยลง ขณะเดียวกัน
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่ หากสถานการณ์ปิดหน่วยสหรัฐยืดเยื้อ จะส่งผลถึงการพิจารณาขยายเพดานการก่อหนี้ด้วย ทำให้มีความกังวลว่าสหรัฐจะถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศลงและนำไปสู่ความผันผวนต่อเศรษฐกิจโลก







