
กมธ.นิรโทษป่วน ปชป.ยื้อลงรายมาตรา
'มาร์ค'โวยประธานพลิกมติเดิม ‘สามารถ’ ยันไม่ขัดระเบียบรอถกกรอบเวลานิรโทษในม.3 มติที่ประชุมเห็นชอบขยายเวลาประชุม 1 วัน
'มาร์ค'โวยประธานพลิกมติเดิม ‘สามารถ’ ยันไม่ขัดระเบียบรอถกกรอบเวลานิรโทษในม.3 มติที่ประชุมเห็นชอบขยายเวลาประชุม 1 วัน
เวลา 13.30 น.ที่รัฐสภา ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม แก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ฉบับที่นายวรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยเสนอ นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ได้เสนอญัตติขอเพิ่มวันประชุมอีก 1 วัน เนื่องจากเห็นว่าการพิจารณาร่างกฎหมายมีความล่าช้า เกรงว่าจะไม่ทันการปิดสมัยประชุมสามัญทั่วไปในวันที่ 28 พ.ย.นี้ และเห็นว่าการประชุม 7 ครั้งที่ผ่านมามีการสนทนาธรรมมากเพียงพอแล้ว ทั้งนี้มี กมธ.สัดส่วนพรรคเพื่อไทยยกมือรองรับญัตติดังกล่าว
อย่างไรก็ตามหลังจากการถกเถียงระหว่าง กมธ.พรรคเพื่อไทย และประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่สุดที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ขยายเวลาการประชุมอีก 1 วันเป็นทุกวันศุกร์เต็มวัน โดยให้เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค.เป็นต้นไป แต่เนื่องจากวันที่ 11 ต.ค.นี้นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนจะเดินทางเยือนรัฐสภาในช่วงบ่าย จึงให้เริ่มประชุมตั้งแต่เวลา 09.30 -12.00 น.
อย่างไรก็ตาม นายสามารถ แก้วมีชัย สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธาน กมธ.กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการประชุมมาแล้วถึง 7 ครั้งเเละมีการสนทนาร่วมกันเป็นเวลานาน จึงเห็นควรให้เริ่มลงพิจารณารายมาตรา เพราะเชื่อว่าระหว่างการพิจารณารายมาตราย่อมมีการถกเถียงในประเด็นเดิมที่หารือกันมาแล้วอีกครั้งแน่นอน โดยเฉพาะเนื้อหาสำคัญในมาตรา 3 จึงขอมติที่ประชุมให้ดำเนินการพิจารณารายมาตรา โดยกมธ.พรรคเพื่อไทยยกมือเห็นด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กมธ.ปชป.ได้ยกมือประท้วงและกล่าวตำหนิการทำหน้าที่ของประธานจำนวนมากทั้งนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.กทม.นายวัชระ เพชรทอง สส.บัญชีรายชื่อ นายธนา ชีรวินิจ สส.กทม.เเละนายวิรัช ร่มเย็น สส.ระนอง โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า ปชป.ระบุว่า หากจะพิจารณารายมาตราเท่ากับขัดมติเดิมในการประชุมเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมมีมติให้กมธ.พิจารณากรอบเวลาการนิรโทษก่อนจะลงรายมาตรา ดังนั้นนายสามารถควรขอมติยกเลิกมติเดิมก่อน
ด้านนายสามารถ กล่าวยืนยันว่า ไม่จำเป็นต้องยกเลิกมติเดิม เพราะการหารือเรื่องกรอบเวลาการนิรโทษสามารถพิจารณาเมื่อถึงการพิจารณาในมาตรา 3 ที่ระบุเวลาการนิรโทษตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.2549 ถึง10 พ.ค.2554 ยืนยันว่าเมื่อลงรายมาตราแล้วต้องมีการเปิดให้มีการอภิปรายอย่างกว้างขวางแน่นอน สุดท้ายจึงเข้าสู่การพิจารณาโดยให้ฝ่ายเลขาฯ อ่านรายงานหลักการและเหตุผลของร่าง พ.ร.บ.







