
แห่ทำบุญร่วม'หลวงปู่ใหญ่'ตักบาตร 102 ปี
ลูกศิษย์แห่ทำบุญร่วม'หลวงปู่ใหญ่'ตักบาตร 10 ปีที่วัดโพธิสมภรณ์ พระอารามหลวงอุดรธานี
ลูกศิษย์แห่ทำบุญร่วม'หลวงปู่ใหญ่'ตักบาตร 10 ปีที่วัดโพธิสมภรณ์ พระอารามหลวงอุดรธานี
เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ภายในบริเวณวัดโพธิสมภรณ์ พระอารามหลวง ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี 'หลวงปู่ใหญ่' หรือ พระอุดมญาณโมลี หลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป เจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ และที่ปรึกษามหาเถรสมาคม ออกจากกุฏิห้องปลอดเชื้อ ด้วยเก้าอี้เข็นมายังหน้าพระอุโบสถ เพื่อตักบาตรพระสงฆ์ 103 รูป เนื่องในโอกาสงาน "ทำบุญอายุวัฒนะ 102 ปี" ที่คณะศิษยานุศิษย์ร่วมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 ต.ค.นี้ ท่ามกลางพุทธศาสนิกชน มาร่วมทำบุญตักบาตรกว่า 5,000 คน และตั้งโรงทานกว่า 100 โรง
ทั้งนี้การที่หลวงปู่ใหญ่ ออกจากกุฏิห้องปลอดเชื้อครั้งนี้ ได้สร้างความยินดีต่อคณะศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก เพราะในงานทำบุญอายุวัฒนะปีที่ผ่านมา หลวงปู่ใหญ่สุขภาพไม่แข็งแรง ไม่ได้ออกมาตักบาตรด้วยท่านเอง และมอบให้พระราชวราลังการ รองเจ้าอาวาส และเจ้าคณะจังหวัดฝ่ายธรรมยุทธมาแทน การออกมาทำบุญตักบาตรเอง ทำให้เห็นว่าหลวงปู่ใหญ่ มีสุขภาพอนามัยดีกว่าปีที่ผ่านมา และในช่วง 13.00 น. หลวงปู่ใหญ่มีกำหนด ร่วมงานถวายมุฑิตาสักการะ ภายในพระอุโบสถด้วย
หลวงปู่ใหญ่ หรือ พระอุดมญาณโมลี เจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ และที่ปรึกษามหาเถรสมาคม ได้รับการยกย่องว่า เป็นพระสงฆ์ที่มีความรอบรู้ทั้งเรื่อง "ปฏิบัติ" และ "ปริยัติ" เกิดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2454 ที่ บ้านโนนทัน ต.โนนทัน อ.เมือง จ.ขอนแก่น เดินชื่อ จันทร์ศรี แสนมงคล อายุได้ 8 ขวบ บิดาถึงแก่กรรม อีก 2 ปีแม่นำไปฝากไว้กับเจ้าอธิการเป๊ะ ธัมมเมตติโก เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศรี และ เจ้าคณะตำบลโนนทัน พออายุ 14 ปี ก็บรรพชาเป็นสามเณร
สามเณรจันทร์ศรี ได้ศึกษาอักษรธรรม อักษรขอม อักษรเขมร จนอ่านออกเขียนได้ แล้วมาฝึกเทศน์มหาชาติชาดกทำนองภาษาพื้นเมือง แล้วอยู่ปฏิบัติธรรมถึง 3 ปี ก่อนร่วมเดินทางกับ พระอาจารย์อ่อน ญาณสิริ และพระอาจารย์ลี สิรินฺธโร เพื่อเข้ากรรมฐาน จนอายุครบ 20 ปี ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่วัดศรีจันทราวาส อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อ 13 ม.ค. 2474 โดยมี พระครูพิศาลอรัญญเขต เจ้าคณะธรรมยุตจังหวัดขอนแก่น เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายา จันททีโป หมายความว่า ผู้มีแสงสว่างเจิดจ้าดั่งจันทร์เพ็ญ
หลวงปู่ใหญ่ ได้ติดตาม พระอาจารย์เทสก์ เทสรังสี พระกรรมฐานแห่งวัดหินหมากเป้ง ต.พระพุทธบาท อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ก่อนลาไปศึกษาด้าน ปริยัติธรรม ต่อในกรุงเทพ จนในปี 2484 สมเด็จพระสังฆราช กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงให้ไปเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม ที่วัดป่าสุทธาวาส อ.เมือง จ.สกลนคร ที่นั่นได้พำนักกับพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ที่วัดป่าสุทธาวาส จ.สกลนคร เป็นเวลา 15 วัน และกลับมาจำพรรษาที่วัดบวรนิเวศน์ ก่อนสมเด็จพระสังฆราชฯ ให้ไปเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม ที่วัดธรรมนิมิตร อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม เป็นเวลานานถึง 10 ปี
นอกจากนี้วันที่ 1 พ.ค. 2497 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ชื่น นภวงศ์ สุจิตฺโต) ทรงมีพระบัญชาให้มาอยู่ที่วัดโพธิสมภรณ์ เป็นรองเจ้าอาวาส เพื่อทำศาสนกิจคณะสงฆ์ เนื่องจาก พระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล) มีอายุเข้าปูนชรา ปี 2507 พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ วัดโพธิสมภรณ์ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ และให้ หลวงปู่ใหญ่ เป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์







