
เสียโอกาส
เรียกได้ว่าสหรัฐเสียโอกาสไปพอสมควรกับการที่ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ยกเลิกการเดินทางเยือน 4 ประเทศเอเชีย ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และบรูไน เพราะตามกำหนดเยือนในครั้งนี้ โอบามาจะร่วมการประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก ที่อินโดนีเซีย และจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือเอเชียตะวันออก (อีเอเอส) ที่บรูไน เพียงเพราะปัญหาวิกฤตงบประมาณที่ทำให้รัฐบาลสหรัฐชัตดาวน์ ปิดทำการไปหลายหน่วยงานนั่นเอง
เรียกได้ว่าสหรัฐเสียโอกาสไปพอสมควรกับการที่ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ยกเลิกการเดินทางเยือน 4 ประเทศเอเชีย ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และบรูไน เพราะตามกำหนดเยือนในครั้งนี้ โอบามาจะร่วมการประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก ที่อินโดนีเซีย และจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือเอเชียตะวันออก (อีเอเอส) ที่บรูไน เพียงเพราะปัญหาวิกฤตงบประมาณที่ทำให้รัฐบาลสหรัฐชัตดาวน์ ปิดทำการไปหลายหน่วยงานนั่นเอง
ที่บอกว่าเสียโอกาส เพราะโอบามาแสดงจุดยืนมาตลอดว่าสหรัฐจะกลับมาแสดงความเป็นตัวตนในภูมิภาคเอเชียมากขึ้นกว่าเดิม หลังจากที่ในช่วงยุคของอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช นั้น มัวแต่ไปยุ่ง หลงระเริงกับตะวันออกกลางเสียมาก
ในช่วงการประชุมเอเปกที่บาหลีที่ผ่านมาในช่วงสัปดาห์นี้นั้น จีนได้ขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับหลายประเทศอาเซียน โดยเฉพาะกับภูมิภาคอาเซียนนั้น จีนจะยกระดับข้อตกลงการค้าเสรีกับอาเซียนให้ค้าขายและลงทุนระหว่างกันมากขึ้นเพิ่มเป็น 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2020
กับประเทศไทย จีนจะขยายการค้าให้ได้เป็น 1 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2015 และกับมาเลเซียจะขยายการค้าให้ได้เป็น 1.6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2017 หรือ 3 เท่าตัวของมูลค่าปัจจุบันที่ 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐเป็นต้น
ที่ต้องเรียนว่าสหรัฐเสียโอกาส เพราะว่าปัญหางบประมาณที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลวอชิงตัน ทำให้การเจรจาการค้าความร่วมมือของสหรัฐหลายโครงการหยุดชะงักไป หลายประเทศในอาเซียน เช่น เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์ ก็อยู่ในกรอบการค้าทีพีพีกับสหรัฐ ซึ่งขณะนี้การเจรจาก็ยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัด
นอกจากนั้น วิกฤตชัตดาวน์ยังทำให้สหรัฐต้องยกเลิกการเจรจาการค้าเสรีกับยุโรปไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาด้วยครับ
เศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน เห็นได้ชัดว่ากำลังเกิดการแข่งขันออกเป็น 2 ฝั่งอย่างชัดเจน ฝ่ายหนึ่งคือจีน ที่ร่วมมือกับอาเซียนและประเทศเอเชียอื่นๆ ในความร่วมมือ “ความสัมพันธ์หุ้นส่วนเศรษฐกิจภูมิภาค” หรืออาร์ซีอีพี อันประกอบด้วย อาเซียน จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยที่ไม่มีสหรัฐ
ส่วนสหรัฐก็มีทีพีพี หรือ “ข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก” ซึ่งมีสหรัฐเป็นตัวชูโรง กับประเทศในเอเชียและอเมริการอบๆ แปซิฟิก แต่ข้อตกลงนี้ไม่มีจีน และยังไม่ได้ข้อสรุปในขั้นสุดท้าย
ดูเหมือนว่ารัฐบาลสหรัฐสะดุดเพราะวิกฤตชัตดาวน์ ก็เลยทำให้การเจรจาเศรษฐกิจของจีนนั้นล้ำไปก้าวหนึ่งแล้วครับ







