posttoday
เงินกู้ 2 ล้านล้าน ตกถึงมือใคร

เงินกู้ 2 ล้านล้าน ตกถึงมือใคร

10 ตุลาคม 2556

ถ้าเป็นการเดินทาง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท

โดย...บากบั่น บุญเลิศ

ถ้าเป็นการเดินทาง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกแรงผลักดันเพื่อสร้างเมืองไทยให้โฉบเฉี่ยวไฉไล โดยไม่สนถึงภาระหนี้และวิถีของการใช้จ่ายเงินภาครัฐก็อยู่ในบันไดขั้นที่ 8

เมื่อที่ประชุมวุฒิสภามีมติเสียงข้างมากด้วยคะแนน 86 เสียง ต่อ 41 เสียง รับร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 1 พร้อมกับตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 25 คน กำหนดให้แปรญัตติภายใน 7 วัน เริ่มนัดแรกวันที่ 9 ต.ค.

ล่าสุด ในการประชุมนัดแรก ที่ประชุมกรรมาธิการมีมติเลือก นายธวัช บวรวนิชยกูร สว.สรรหา เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ....

คณะกรรมาธิการได้พิจารณาภาพรวมของร่าง พ.ร.บ.แล้วมีความจำเป็นที่จะต้องขอให้ที่ประชุมวุฒิสภาขยายกรอบเวลาการทำงานของคณะกรรมาธิการออกไปอีก 30 วัน จากเดิมที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 21 ต.ค. เนื่องจากต้องเชิญส่วนราชการถึง 18 หน่วยงาน มาชี้แจงและให้ข้อสังเกตกับคณะกรรมาธิการ

วิพากษ์วิจารณ์กันให้แซ่ดว่า นี่คือการประวิงเวลาดึงเกมออกไป

ไล่เรียงปฏิทินวันเวลาแล้ว แต่อย่างเร็วสุดวันที่ 78 พ.ย. การแปรญัติเสร็จสิ้น ช้าสุดก็วันที่ 9-10 ธ.ค. ก็มีการลงมติผ่านร่างกฎหมายเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท

แม้ว่าสุดท้ายของปลายซอยแล้ว แกนนำกลุ่ม 40 สว. จะเดินหน้าแปรญัตติร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาททั้งฉบับ และหากหลังผ่านกระบวนการรัฐสภาแล้วก็จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาว่าการออก พ.ร.บ.ดังกล่าวขัดกับรัฐธรรมนูญในมาตรา 169 เช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์

กฎหมายดังกล่าวนั้น ว่าด้วยการเงินการคลังหมวด 8 มาตรา 169 ที่ระบุว่า “การจ่ายเงินแผ่นดินจะกระทำได้ก็เฉพาะที่ได้อนุญาตไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กฎหมายเกี่ยวด้วยการโอนงบประมาณ หรือกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง” เท่านั้น

ผลที่ตามมายังขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 6 คือ “รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้บังคับไม่ได้”

นี่คือจุดตายด่านสุดท้ายของ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท

แต่ไม่ว่าอย่างไรพิเคราะห์เจาะลึกลงไปในเกมการเมืองในเวทีของวุฒิสภา ทุบโต๊ะลงไปได้เลยว่ากฎหมายนี้ผ่านสภาในวาระ 3 ออกมาแน่นอน และจะต้องถูกแช่คาไว้ในศาลรัฐธรรมนูญระยะหนึ่ง ให้ลุ้นกันว่าออกหัวหรือออกก้อย

แม้ว่าฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลพยายามออกมาชี้แจงว่า การออก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ไม่ถือเป็นเงินแผ่นดิน จึงไม่ขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ และที่ผ่านมาก็มีการออกกฎหมายกู้เงินในลักษณะนี้มาแล้ว และศาลรัฐธรรมนูญก็เคยพิจารณาว่าไม่ขัดกฎหมาย

แต่ในความเป็นจริงนั้น รัฐบาลที่ผ่านมามีการออกกฎหมายกู้เงินที่ผ่านมาเป็นไปในรูปของ พ.ร.ก.ในสมัยรัฐบาลของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท มาทำโครงการไทยเข้มแข็ง เพราะตอนนั้นการกู้ในงบประมาณเต็มเพดาน และการเก็บรายได้ของรัฐบาลคาดว่าจะต่ำกว่าเป้า จนทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณมีปัญหา ทำให้มีความจำเป็นเร่งด่วน

พอถึงช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ออก พ.ร.ก.กู้เงินบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เพราะเกิดน้ำท่วมใหญ่ทำเศรษฐกิจเสียหายกว่า 1.4 ล้านล้านบาท ทำให้มีความจำเป็นเร่งด่วนต้องใช้เงินฟื้นฟูประเทศ

จะเห็นได้ว่า การออก พ.ร.ก.กู้เงินของรัฐบาลในห้วงที่ผ่านมา จึงอยู่ภายใต้เหตุผลที่จำเป็นเร่งด่วน หากไม่ดำเนินการจะทำให้เศรษฐกิจได้รับความเสียหาย ทำให้การออกกฎหมายการเงินไม่ขัดต่อกฎหมายใดๆ ของประเทศ

ทว่า สำหรับการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทนั้น อยู่ในรูปของ พ.ร.บ.นั้น ถือเป็นครั้งแรกที่มีการกู้เงินในลักษณะนี้ และเป็นจำนวนเงินที่สูงมากเทียบเท่ากับเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีของประเทศในปัจจุบัน โดยมีการผูกพันเงินกู้ถึง 7 ปี มีภาระดอกเบี้ยอีก 3 ล้านล้านบาท ที่ต้องใช้เงินกู้ให้หมดภายใน 50 ปี ซึ่งทำให้ประเทศมีภาระสูงถึง 5 ล้านล้านบาท

ดังนั้น การเหมาเข่งว่า การออก พ.ร.บ.เป็นเหมือนการออก พ.ร.ก. เป็นเรื่องโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลจะต้องไปชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญให้เข้าใจ

ไม่ว่าศาลจะตัดสินออกมาทางไหน เรื่องนี้จะเป็นบรรทัดฐานในการบริหารประเทศของไทยทั้งสิ้น

ถ้าออก พ.ร.บ.กู้เงินนอกเหนือจากงบประมาณปกติได้ รัฐบาลต่อไปที่จะเข้ามาบริหารประเทศก็อาจจะมีการเสนอออกกฎหมายกู้เงิน 23 ล้านล้านบาท มาลงทุนด้านการศึกษา ด้านการพัฒนาเมือง ลงทุนรถไฟที่ค้างคาอยู่ให้เสร็จ โดยอ้างว่ามีความจำเป็นต้องดำเนินการได้เหมือนกัน

ถึงตอนนั้นประเทศไทยพังทลายบนกองหนี้กันได้ง่ายๆ

ถึงจะมีเส้นตายที่ปลายทางศาลรัฐธรรมนูญขวางหน้าอยู่ก็ตาม ข้อมูลลึกและลับที่ออกมาจากรัฐบาลคือ จะมีการดันให้มีการเบิกจ่ายงบประมาณจากเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ออกมาสำหรับการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาในการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง ร่วม 6.4 หมื่นล้านบาท

ที่สำคัญหนึ่งในบริษัทที่ล็อกชื่อไว้นั้นเป็นบริษัทเดียวกับที่เคยเป็นที่ปรึกษารถไฟแอร์พอร์ตลิงค์ที่ขาดทุนย่อยยับในปัจจุบัน

ป้องปากซุบซิบกันว่าตั้งเรื่องไว้แล้วที่กระทรวงคมนาคม ส่วนจะชักสามสิบ สี่สิบหรือไม่อยู่ที่ใครใกล้ชิดกับใคร

ถ้าเงินก้อนนี้ออกมาเมื่อไหร่เตรียมนับวันยุบสภาได้เลย เพราะหมายถึงเงินจะตกหล่นในมือนักการเมืองและผู้ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท

ข้อมูลที่ออกจากปากของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ที่เปิดเผยว่า ระหว่างรอร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท ผ่านกระบวนการพิจารณาของรัฐสภา ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อม โดยให้คัดเลือกและจัดลำดับโครงการที่พร้อมลงทุน และได้รับอนุมัติรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) สามารถเดินหน้าลงทุนได้ทันที เตรียมนำมาเปิดประมูลก่อสร้างหลังกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้

เบื้องต้นพบว่า ภายใต้แผนลงทุน 2 ล้านล้านบาท จำนวน 53 โครงการ มีโครงการที่จัดทำรายงานอีไอเอและได้รับอนุมัติแล้ว 29 โครงการ ไม่ต้องจัดทำอีไอเอ 13 โครงการ และอยู่ระหว่างเตรียมจัดทำอีไอเอ 11 โครงการ

โครงการที่มีความพร้อมทุกด้าน สามารถเดินหน้าก่อสร้างได้ทันทีหลังร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในปี 2557 ที่พร้อมประมูล ได้แก่ ถนนมอเตอร์เวย์ รถไฟฟ้า 8 สาย มีสายสีเขียว ชมพู แดง ส้ม เหลือง เป็นต้น รถไฟทางคู่ ที่เหลือยังไม่ได้ศึกษาโครงการ โดยจะเริ่มประมูลในปีที่ 3 และ 4 ต่อไป มีทางคู่สายใหม่ 6 สาย เช่น สายหัวหินประจวบคีรีขันธ์ สายชุมพรสุราษฎร์ธานี สายสุราษฎร์ธานีปาดังเบซาร์ สายปากน้ำโพเด่นชัย สายขอนแก่นหนองคาย และสายจิระอุบลราชธานี

แผนงานก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงทั้งหมดใช้เงินลงทุน 7.89 แสนล้านบาท

โครงการที่จะเริ่มประมูลได้กลางปี 2557 รวม 3 สาย คือ สายกรุงเทพฯพิษณุโลก สายกรุงเทพฯนครราชสีมา สายกรุงเทพฯหัวหิน

ส่วนกรุงเทพฯพัทยาระยอง คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2558

งานมา เงินมี อย่างนี้ก็สบาย...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท