posttoday
การใช้สิทธิฟ้องคดีอาญาต่อศาล (3)

การใช้สิทธิฟ้องคดีอาญาต่อศาล (3)

09 ตุลาคม 2556

การทุจริตคอร์รัปชั่นของนักการเมืองและข้าราชการของไทยเราที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในทุกวันนี้ ทำให้ประเทศชาติสูญเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศ สาธารณูปโภคต่างๆ ที่ดำเนินการโดยราชการ มีคุณภาพต่ำกว่าของภาคเอกชนอย่างเห็นได้ชัด แต่กลับมีราคาแพงกว่าของเอกชนหลายเท่า

การทุจริตคอร์รัปชั่นของนักการเมืองและข้าราชการของไทยเราที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในทุกวันนี้ ทำให้ประเทศชาติสูญเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศ สาธารณูปโภคต่างๆ ที่ดำเนินการโดยราชการ มีคุณภาพต่ำกว่าของภาคเอกชนอย่างเห็นได้ชัด แต่กลับมีราคาแพงกว่าของเอกชนหลายเท่า

อภิมหาอมตะโคตรนาฬิกาของรัฐสภา ที่จัดซื้อเรือนละ 7.5 หมื่นบาท ในขณะที่เว็บไซต์ประกาศขาย 1.68 หมื่นบาท รัฐสภาไทยสั่งซื้อมา 200 เรือน ผมไม่อยากทราบตัวเลขว่า เงินภาษีของพวกเราหายไปเท่าไร หล่นหายไปเข้ากระเป๋าใครบ้าง ยิ่งฟังเหตุผลที่ต้องซื้อนาฬิกาจำนวนมาก ยิ่งเจ็บปวดหัวใจ อยากจะฉีกทิ้งบัตรประชาชนที่แสดงความเป็นคนไทย

ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเงินงบประมาณอย่างนี้ ประชาชนจะไปฟ้องศาลเองได้หรือไม่ หรือต้องผ่านการตรวจสอบของตำรวจ หรือ ป.ป.ช. หรือ DSI และต้องส่งเรื่องให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งฟ้องต่อศาลเท่านั้น และเราจะไว้ใจกระบวนการยุติธรรมก่อนนำคดีขึ้นสู่ศาลได้อย่างไร

บังเอิญสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวเรื่องอัยการสูงสุดมีคำสั่งในคดีเผาบ้านเผาเมืองเมื่อปี 2553 เมื่อเดือน ก.ย. ไม่ฟ้องทักษิณในข้อหาก่อการร้าย เป็นข่าวที่ท่าน อสส.ท่านใหม่ก็มิได้ปฏิเสธ แต่บอกว่าเป็นดุลพินิจของ อสส.ท่านเก่า ที่เพิ่งจะเกษียณอายุไปเมื่อ 30 ก.ย.

ตามข่าวไม่มีรายละเอียดเหตุผลในการสั่งไม่ฟ้องในครั้งนี้

ข้อเท็จจริงในเรื่องคงจำกันได้ว่า คนเสื้อแดงชุมนุมประท้วง มีชายชุดดำที่มีอาวุธร้ายแรงอยู่ร่วมในการชุมนุม คอยทำร้ายเจ้าหน้าที่ วางระเบิดประชาชนย่านสีลมที่ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุม เมื่อมีการปราบปราม กลุ่มคนเสื้อแดงได้เผาห้างสรรพสินค้า เผาสถานที่ต่างๆ ในกรุงเทพฯ เผาศาลากลางจังหวัดหลายแห่ง กระทำกันเป็นกระบวนการ มีการยุยงโดยแกนนำให้ผู้ชุมนุมเผากรุงเทพฯ ให้เป็นทะเลเพลิง

คนที่ยุยงเหล่านี้กำลังได้รับบำเหน็จตอบแทน เป็นใหญ่เป็นโตในบ้านเมืองนี้

ในข้อเท็จจริงถ้าไม่ใช่พวกกินหญ้า ย่อมทราบกันดีว่า นายใหญ่ที่เป็นนักโทษหนีหมายจับ เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง เป็นผู้สนับสนุนคนเสื้อแดงอย่างเปิดเผย คนเสื้อแดงก็คอยฟังคำสั่งจากเขา

ไม่ใช่ผมพูดเอง แต่แกนนำหลายคนเป็นคนพูด บางคนถูกสไนเปอร์ตายไปแล้ว

การสั่งไม่ฟ้องของอัยการสูงสุด จึงค้านสายตาคนดู ไม่ว่าการเผาบ้านเผาเมืองจะเป็นความผิดฐานใด ผู้ที่เป็นตัวการจริงๆ ก็ควรต้องถูกดำเนินคดีด้วย

ในทางข้อเท็จจริง จึงยากที่จะทำให้ผู้คนเข้าใจเหตุผลของการสั่งในครั้งนี้

แต่ถ้าพิจารณาในข้อกฎหมาย ในฐานะนักกฎหมายก็พอเข้าใจได้ เพราะการพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องในทางทฤษฎี ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน ประกอบกับดุลพินิจที่เป็นอิสระของอัยการแผ่นดิน ซึ่งเป็นข้าราชการได้รับเงินเดือนจากภาษีของประชาชน

แต่ในทางปฏิบัติ ท่านจะใช้ดุลพินิจในการสั่งคดีอย่างไร ในฐานะที่เป็นข้าราชการของใคร ผมเองก็ไม่อาจทราบได้

ความจริงแล้ว การสั่งไม่ฟ้องของอัยการเป็นเรื่องปกติ มีคดีที่ท่านสั่งไม่ฟ้องเป็นจำนวนมาก ซึ่งให้ความเป็นธรรมกับผู้บริสุทธิ์ที่ถูกกลั่นแกล้งจากพนักงานสอบสวน จะมีบ้างเป็นบางคดีที่อธิบายให้คนทั่วไปเข้าใจยาก เช่น คดีไม่ฟ้องเรื่องถุงขนมสองล้านที่ศาลฎีกา นอกจากดุลพินิจไม่ฟ้องแล้ว ยังมีดุลพินิจไม่ฎีกาคดีภาษีการขายหุ้นชินคอร์ป ที่คุณหญิงอ้อ เลขาฯ ส่วนตัว และพี่ชายบุญธรรม เป็นจำเลย และยังมีคดีที่ถอนฟ้องนายไชยบูลย์ เจ้าสำนักธรรมกาย ที่คดีกำลังจะเสร็จการพิจารณาของศาลอยู่แล้ว

บางคดีอัยการสั่งไม่ฟ้องเพราะเห็นว่าหลักฐานไม่เพียงพอ แต่ผู้เสียหายฟ้องเองจนศาลฎีกาพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด คือ คดีหมอจุฬาฆ่าหมอที่เป็นภรรยาแต่ไม่พบศพ คดีนี้ทำให้อัยการเองก็เสียรังวัดไปเยอะ

กลับมาคดีก่อการร้าย ถ้าประชาชนจะใช้สิทธิฟ้องเองเหมือนคดีหมอฆ่าหมอได้หรือไม่

เรื่องนี้ต้องแยกเป็น 2 กรณี ถ้าเกิดความเสียหายกับทรัพย์สินของบุคคลใด บุคคลนั้นย่อมใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลได้ เช่น ห้างสรรพสินค้าที่ถูกเผา เพราะเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยตรงกับเขา แต่ในความเป็นจริง เจ้าของห้างที่ทำธุรกิจใหญ่ๆ อย่างนี้ เขาไปเรียกร้องจากบริษัทประกันจะปลอดภัยกว่า เพราะหากทำให้ผู้มีอำนาจทางการเมืองไม่ปลื้ม ธุรกิจของเขาอาจถูกกลั่นแกล้งได้ เหมือนเจ้าพ่อทีพีไอ

แต่ถ้าเป็นความเสียหายที่เกิดกับทรัพย์สินของทางราชการ ประชาชนผู้เสียภาษีอย่างเราๆ กลับไม่มีอำนาจดำเนินคดีเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายให้กับรัฐ ต้องพึ่งกระบวนการยุติธรรมต้นน้ำ คือ ตำรวจครับ ตำรวจไทยที่ให้ความเคารพนักโทษ ถือเป็นเกียรติยศที่ให้นักโทษประดับยศให้นี่แหละครับ เป็นผู้เริ่มต้นในการสืบสวนสอบสวน หาพยานหลักฐานมัดตัวผู้กระทำความผิด เพื่อส่งต่อให้อัยการเป็นผู้ฟ้อง

คิดกันเองครับว่า คุณตำรวจท่านจะหาหลักฐานจัดการกับผู้ประดับยศให้หรือจะทำลายหลักฐานที่เกี่ยวข้องพัวพันถึงผู้ประดับยศให้

ผมเองก็คิดไม่ออกครับ

มาถึงกระบวนการยุติธรรมกลางน้ำ คือ พนักงานอัยการ ที่มีความเป็นอิสระ ทำหน้าที่คานอำนาจของตำรวจ ถ้าเห็นว่าตำรวจละเลยไม่สอบพยานที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา ท่านมีอำนาจสั่งให้สอบสวนเพิ่มได้ แล้วใช้ดุลพินิจพิจารณาสั่งไปตามรูปคดี

ปัจจุบัน ท่านเสนาบดีกระทรวงต่างๆ นิยมขอให้พนักงานอัยการไปเป็นที่ปรึกษา ไปอยู่ใกล้ชิดนักการเมือง ผมก็ไม่รู้ว่าจะติดนิสัยของนักการเมืองมาบ้างหรือเปล่า เพราะการเมืองเป็นโรคติดต่อที่ร้ายแรงยิ่งกว่ายาเสพติด และไม่มีทางบำบัดให้หายหรือทุเลาลงได้

กระบวนการยุติธรรมปลายน้ำ คือ ศาล ซึ่งถือเป็นที่พึ่งสุดท้าย แต่คนร้ายมักหล่นหายไปตั้งแต่ต้นน้ำและกลางน้ำแล้ว แม้ศาลจะเป็นที่พึ่งให้ได้ แต่ไม่มีโอกาสทำหน้าที่ จะไปเรียกคดีมาพิจารณาเองเหมือนเป้าบุ้นจิ้นก็ทำไม่ได้ แค่ทำหน้าที่ตามกฎหมายตรงไปตรงมา แต่ถ้าไม่ถูกใจนายใหญ่ ก็จะถูกข่มขู่ ถูกชุมนุมขับไล่ ให้พวกขี้ข้าโทรศัพท์ไปก่อกวน

ประชาชนจะไปฟ้องโดยตรง ก็ติดที่ความเป็นผู้เสียหายที่ศาลท่านเคยวางแนวเอาไว้ ซึ่งอาจเหมาะสมกับสภาพของผู้ปกครองในยุคสมัยที่ยังมีคุณธรรม จริยธรรม ยึดหลักนิติธรรมในการปกครอง

แต่ในยุคนี้ คำว่า คุณธรรมจริยธรรม ไม่มีในพจนานุกรมของนักการเมืองและข้าราชการบางกลุ่มแล้ว การจำกัดสิทธิการฟ้องคดีที่เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ จึงไม่เหมาะกับยุคสมัยปัจจุบัน

จึงได้แต่หวังว่ากระบวนการยุติธรรมปลายน้ำจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท