posttoday
จับตาน้ำท่วมไทย

จับตาน้ำท่วมไทย

09 ตุลาคม 2556

สื่อต่างประเทศยังคงให้ความสนใจติดตามสถานการณ์น้ำท่วมของไทยอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดสำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานเมื่อวันที่ 8 ต.ค.ว่า น้ำที่เริ่มทะลักเข้าท่วมในเขตนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกของกรุงเทพฯ กำลังสร้างความหวาดวิตกให้กับนักลงทุนต่างชาติและไทย ว่า เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อ 2 ปีที่แล้วอาจเกิดขึ้นซ้ำรอยอีกครั้ง

สื่อต่างประเทศยังคงให้ความสนใจติดตามสถานการณ์น้ำท่วมของไทยอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดสำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานเมื่อวันที่ 8 ต.ค.ว่า น้ำที่เริ่มทะลักเข้าท่วมในเขตนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกของกรุงเทพฯ กำลังสร้างความหวาดวิตกให้กับนักลงทุนต่างชาติและไทย ว่า เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อ 2 ปีที่แล้วอาจเกิดขึ้นซ้ำรอยอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ทางผู้บริหารระดับสูงของนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ใน จ.ชลบุรี ยังคงยืนยันว่าระดับน้ำที่เข้าท่วมยังคงอยู่ในระดับที่สามารถจัดการได้ เนื่องจากระดับน้ำสูงเพียงแค่ 15 เซนติเมตร ที่เข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมดังกล่าวยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมดังกล่าว

“ระดับน้ำในนิคมอุตสาหกรรมยังอยู่ในระดับคงที่ และโรงงานทั้งหมดของเรายังสามารถทำงานได้ตามปกติ” วิกรม กรมดิษฐ์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร กล่าวให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ส พร้อมเสริมว่า ถือเป็นครั้งแรกที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนครต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วม

ถึงกระนั้น วิกรม กล่าวว่า ถ้าหากสถานการณ์น้ำท่วมเลวร้ายลง ทางนิคมอุตสาหกรรมอมตะนครได้เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว โดยจะแบ่งพื้นที่ภายในออกเป็น 2 ส่วน เพื่อสร้างทางระบายน้ำชั่วคราวขึ้นมา

ทั้งนี้ โรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนครส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่น โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์

แม้ว่าปัจจุบันปัญหาน้ำท่วมของไทยจะส่งผลกระทบไปยังพื้นที่ 28 จังหวัด และทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 23 คน แต่ทางด้านเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการดูแลป้องกันปัญหาน้ำท่วมของไทยกล่าวกับรอยเตอรส์ว่า เส้นทางการไหลของน้ำในปีนี้มีความแตกต่างจากเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ที่น้ำไหลจากทางภาคเหนือแล้วเข้าสู่กรุงเทพฯ ดังนั้นโอกาสที่พื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจและนิคมอุตสาหกรรมจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเหมือนในอดีตจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้

“น้ำได้ไหลไปสู่ทางด้านตะวันออกของกรุงเทพฯ ดังนั้นโอกาสที่นิคมอุตสาหกรรมจะได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรงเหมือนในอดีตจึงเป็นไปไม่ได้” ฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าว

ถึงกระนั้น แม้ล่าสุดทางการไทยจะพยายามออกมาแสดงถึงความมั่นใจว่าปัญหาน้ำท่วมจะไม่ร้ายแรงเหมือนในอดีต แต่ทางโฆษกของบริษัท โตโยต้า เผยว่า ได้เตรียมแผนยุทธศาสตร์เพื่อรับมือความเสี่ยงดังกล่าวให้กับโรงงานของบริษัทแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใน จ.ฉะเชิงเทรา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“โรงงานโตโยต้าที่บ้านโพธิ์ อยู่ในพื้นที่เสี่ยงในขณะนี้ แต่เราเชื่อว่าโรงงานจะสามารถฟันฝ่าปัญหาน้ำท่วมไปได้” โฆษกบริษัท โตโยต้า กล่าว

วันเดียวกัน สำนักข่าวอีเลฟเวนเมียนมาร์ สื่อชื่อดังจากพม่า รายงานอ้างข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ของพม่า ว่า ปริมาณการค้าแบบผิดกฎหมายตลอดแนวชายแดนพม่าไทย เพิ่มสูงขึ้นถึง 4 เท่าตัว และกำลังทำให้พม่าต้องเผชิญกับปัญหาการขาดดุลทางการค้ามากขึ้น

ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์พม่า ระบุว่า ปัจจุบันปริมาณการนำเข้าสินค้าอย่างผิดกฎหมายของพม่ามีตัวเลขสูงกว่าการนำเข้าสินค้าอย่างถูกกฎหมายมากขึ้นทุกขณะ โดยตัวเลขสิ้นสุดเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 42 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ของไทยอยู่ที่ 173 ล้านเหรียญสหรัฐ

“สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าพม่ากำลังมีปัญหาขาดดุลการค้าขนาดใหญ่” เจ้าหน้าที่ที่ดูแลด้านการค้าชายแดนรายหนึ่ง กล่าว

ทั้งนี้ กลุ่มสิ่งของผิดกฎหมายที่นำเข้ามามาก ได้แก่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหาร และขนม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์มือถือ และน้ำมัน ซึ่งทั้งหมดมีมูลค่ารวมกันประมาณ 132 ล้านเหรียญสหรัฐ

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์