
กม.คุ้มครองวัฒนธรรม
น่าสนใจยิ่ง เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ “ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้” ตามที่กรมศิลปากรเสนอ เพราะร่างกฎหมายฉบับนี้อาจสร้างความขัดแย้งในอนาคตได้ เนื่องจากกำหนดนิยามครอบจักรวาลไม่ว่า การพูด การแสดง โดยห้ามดัดแปลงวัฒนธรรมซึ่งสืบทอดมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เช่น ภาษา การแสดง การดนตรี พิธีกรรมประเพณี เทศกาล และงานช่างฝีมือ เป็นต้น
น่าสนใจยิ่ง เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ “ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้” ตามที่กรมศิลปากรเสนอ เพราะร่างกฎหมายฉบับนี้อาจสร้างความขัดแย้งในอนาคตได้ เนื่องจากกำหนดนิยามครอบจักรวาลไม่ว่า การพูด การแสดง โดยห้ามดัดแปลงวัฒนธรรมซึ่งสืบทอดมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เช่น ภาษา การแสดง การดนตรี พิธีกรรมประเพณี เทศกาล และงานช่างฝีมือ เป็นต้น
ทั้งนี้ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว มีหลักการสำคัญ คือ กำหนดให้ขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้แต่ละจังหวัด โดยมีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม รวมทั้งมีบทลงโทษ โดยมาตรา 40 ระบุว่า หากมีการนำมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งขึ้นทะเบียนแล้วไปเผยแพร่ในลักษณะหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ กระทบกระเทือนศาสนาและความมั่นคงของประเทศ หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มีสิทธิเชิญบุคคลมาให้ข้อเท็จจริง หรือความเห็นทางวิชาการได้เมื่อเห็นสมควร โดยหากผู้ใดไม่มาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสาร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาเพื่อออกเป็น พ.ร.บ.ต่อไป







