
สปท.ชี้รัฐสภาต้นเหตุวิกฤตการเมือง
สปท.ผนึก 40 สว.ซัดรัฐสภาต้นเหตุวิกฤตการเมือง ชี้ฝ่ายบริหารคุกคามนิติบัญญัติ จวกเสียงข้างมากเเค่พิธีกรรม ระดมพันคนประชุมสมัชชานัดเเรก 13 ต.ค.นี้
สปท.ผนึก 40 สว.ซัดรัฐสภาต้นเหตุวิกฤตการเมือง ชี้ฝ่ายบริหารคุกคามนิติบัญญัติ จวกเสียงข้างมากเเค่พิธีกรรม ระดมพันคนประชุมสมัชชานัดเเรก 13 ต.ค.นี้
เมื่อวันที่ 8 ต.ค. นายสุริยะใส กตะศิลา คณะกรรมการสภาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) แถลงหลังกลุ่ม สปท.ได้ประชุมหารือร่วมกับกลุ่ม 40 สว.ครั้งที่ 1 ว่า สปท.และกลุ่ม 40 สว.เห็นตรงกันถึงปัญหาบ้านเมืองว่ามี 8 ประเด็น ดังนี้ 1.ปัญหาระบบรัฐสภา โดยรัฐสภาไทยกลายเป็นศูนย์กลางของวิกฤติการเมือง 2.พรรคการเมืองกลายเป็นต้นเหตุสำคัญของวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ 3.รัฐสภาถูกคุกคามและแทรกแซงอำนาจทางการเมืองจากฝ่ายบริหาร 4.กลุ่ม 40 สว.ตกผลึกบทเรียนยืนยันว่าเสียงข้างมากไม่ได้ปกป้องผลประโยชน์ให้ประชาชนและเป็นเพียงพิธีกรรมเท่านั้น
นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า 5.หลักการถ่วงดุลอำนาจ 3 ฝ่ายถูกทำลายมีความพยายามเปลี่ยนแปลงรูปแบบรัฐให้เป็นรัฐเดี่ยว ออกกฎหมายตามอำเภอใจจนเกิดความวิปริต โดยเฉพาะร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท 6.ความเสียสมดุลระหว่างข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำเห็นได้จากข้าราชการประจำเกิดความกลัวไม่ให้ความร่วมมือทำงานกับคณะกรรมาธิการ 7.ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาควรมีการปฏิรูปใหม่ 8.วาระการดำรงตำแหน่งของ สส. 4 ปี และ สว. 6 ปียาวเกินไป
นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่ยังไม่มีการตกผลึกและจะต้องมีการพูดคุยกับกลุ่ม 40 สว.ต่อ มี 5 ประเด็น คือ 1.การกระจายอำนาจจะมีรูปแบบและเนื้อหาอย่างไร ไม่ให้ฝ่ายการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งไปแก้ปัญหาฝ่ายเดียว 2.สส.จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมืองหรือไม่ 3.แนวทางการแบ่งอำนาจจากฝ่ายนิติบัญญัติออกจากฝ่ายบริหารควรทำอย่างไร 4.นายกรัฐมนตรีควรมาจากการเลือกตั้งโดยตรงหรือไม่ 5.การแก้ไขรัฐธรรมนูญจำกัดกรอบทางการเมืองมากเกินไป ควรดูทิศทางทางเศรษฐกิจด้วย โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณการใช้จ่าย เพราะขณะนี้รัฐบาลกำลังออกกฎหมายวิธีพิเศษพิสดารนอกงบประมาณ ทำให้เงินภาษีไม่ถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง
“เรายังหารือเรื่องวิกฤตการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา สว.ที่ขณะนี้ศาลถูกคุกคามและถูกกดดันทั้งตัวองค์กรและตัวบุคคล ซึ่งภาคประชาชนจะกลับไปหารือว่าจะให้กำลังใจศาลในรูปแบบใด และที่มีความเป็นห่วง คือ หากศาลมีคำวินิจฉัยที่ไม่เป็นคุณกับระบอบทักษิณแล้ว จะมีวิธีการรับมืออย่างไร โดย สปท.เชื่อว่าหากแก้รัฐธรรมนูญที่มา สว.สำร็จสถานการณ์ประเทศจะกลับไปรุนแรงมากกว่า 7 ปีที่ผ่านมา” นายสุริยะใสกล่าว
นายไพบูลย์ กล่าวว่า หลังจากนี้กลุ่ม 40 สว.และสปท.จะร่วมมือทำงานมากขึ้น โดยจะร่วมกันจัดเสวนาให้ความรู้เรื่อง “รื้อระบบพรรคการเมืองเจ้าของคนเดียว แก้วิกฤตการเมืองไทย” ในวันพุธที่ 16 ต.ค.ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป ที่รัฐสภา
นายอนุสรณ์ ศรีแก้ว คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ ม.รังสิต ในฐานะคณะกรรมการ สปท. กล่าวว่า ส่วนการเคลื่อนไหวต่อไปของ สปท.ในวันที่ 13 ต.ค.นี้ สปท.จะมีการประชุมสมัชชาประชาชนครั้งที่ 1 ซึ่งมีตัวแทนจาก 77 จังหวัด ประมาณกว่า 1 พันคนเข้าร่วมประชุมที่อาคารอุไรรัตน์ ม.รังสิต ตั้งแต่ 09.00-21.00 น.โดยจะเปิดให้ประชาชนเสนอปัญหาของประเทศ
อย่างไรก็ตามทาง สปท.และกลุ่ม 40 สว.ได้หารือร่วมกันกว่า 2 ชั่วโมง โดย สปท.ประกอบด้วย นายสุริยะใส กตะศิลา นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ นายบรรเจิด สิงคะเนติ ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ นายอนุสรณ์ ศรีแก้ว ขณะที่กลุ่ม 40 ส.ว. นำโดย นายไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหา นายคำนูณ สิทธิสมาน สว.สรรหา นายสมชาย แสวงการ สว.สรรหา น.ส.รสนา โตสิตระกูล สว.กทม.นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สว.สรรหา นายประสาร มฤคพิทักษ์ สว.สรรหา นายสาย กังกเวคิน สว.ระยอง นายมณเทียร บุญตัน สว.สรรหา เป็นต้น โดยใช้เวลา 2 ชั่วโมง







