
ดีเอสไอสอบคดีแดงปิดสถานีรถไฟขอนแก่นบรรจุเป็นคดีพิเศษ
ดีเอสไอรุดสอบคดีปิดสถานีรถไฟขอนแก่น ขอสำนวนสอบพยานเพิ่มบรรจุเป็นคดีพิเศษ
ดีเอสไอรุดสอบคดีปิดสถานีรถไฟขอนแก่น ขอสำนวนสอบพยานเพิ่มบรรจุเป็นคดีพิเศษ
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ลงพื้นที่จ.ขอนแก่น มาสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงจังหวัด ขอนแก่นราว 200 -300 คน นำโดยนางซาร์บีน่า ซาร์ แกนนำชมรมคนเสื้อแดง 51 ขอนแก่น ได้ไปชุมนุมที่สถานีรถไฟจังหวัดขอนแก่น เมื่อ 22 เม.ย. 53 เพื่อกักยึดขบวนรถไฟลำเลียงยุทโธปกรณ์ทางทหารของค่ายสีหราชเดโช กรมทหารราบที่ 8 จ.ขอนแก่น ประมาณ 25 คัน ลำเลียงเข้ากรุงเทพ และขอสำนวนการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนคดี ไปดำเนินการสอบสวนต่อเนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ สำนวนการสอบสวนในเบื้องต้นของ สภ.เมืองขอนแก่น ได้มีการสอบสวนพยาน และพนักงานสถานีรถไฟซึ่งเป็นผู้กล่าวหา ไปแล้ว
ส่วนผู้ที่ร่วมกันปิดสถานีรถไฟขอนแก่นนอกจากนางซาร์บีน่า แล้ว ยังมีคนอื่นที่เกี่ยวข้องอยู่ด้วย ดังนั้นต้องเป็นหน้าที่ของดีเอสไอ ที่จะหาพยายานหลักฐานว่ามีใครเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมของดีเอสไอต่อไป ส่วนสภ.เมืองขอนแก่นก็ไม่มีหน้าที่อีกต่อไป
สำหรับการรักษาความปลอดภัย จากนี้ไปหลังจากที่นายปราโมทย์ สัจจารักษ์ ผวจ.ขอนแก่น เรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคง ประกอบด้วยรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 และผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร์ นายอำเภอ และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทั้ง 26 อำเภอ เพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนแก้ไขปัญหาการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่ผ่านมาแล้วนั้น ในส่วนของสภ.เมืองขอนแก่น ได้เข้มงวดสถานที่ราชการ และสนามบิน เป็นพิเศษ และเฝ้าติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ตำรวจ ได้เฝ้าระวังพร้อมวางแผนตั้งกำลังเตรียมการรับสถานการณ์ไว้ล่วงหน้า หากมีคนเสื้อแดงเริ่มรวมตัวชุมนุม จะมีปฏิบัติการรีบชี้แจงผู้ชุมนุม เพื่อให้สลายตัว ไม่ให้สร้างความเดือดร้อนกับประชาชน เป็นการดำเนินการเชิงรุกป้องกันเหตุ ไม่ใช่รอให้คนเสื้อแดงรวมตัวชุมนุมกันจำนวนมากๆ แล้วถึงเข้าไปเจรจา เหมือนที่ผ่านมา เพราะหากคนเสื้อแดง เห็นความเข้มแข็งเอาจริงเอาจังของเจ้าหน้าที่ การรวมตัวก็จะไม่มีพลัง ปริมาณคนจะน้อย







