
เอกชนจับมือรัฐผุด 3 ทีมดันเศรษฐกิจ
อิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ตั้งคณะทำงาน 3 ชุด ในการทำงานร่วมกับภาครัฐ ชุดแรกจะเป็นคณะทำงานร่วมกับกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อติดตามสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยน ทั้งค่าเงินบาทและเงินสกุลต่างๆ ทั่วโลกที่มีผลต่อการค้าของไทย โดยคณะทำงานชุดนี้จะทำงานครอบคลุมถึงการรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาในระบบการเงินหรือสถาบันการเงินที่เป็นคู่ค้าของไทยด้วย
อิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ตั้งคณะทำงาน 3 ชุด ในการทำงานร่วมกับภาครัฐ ชุดแรกจะเป็นคณะทำงานร่วมกับกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อติดตามสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยน ทั้งค่าเงินบาทและเงินสกุลต่างๆ ทั่วโลกที่มีผลต่อการค้าของไทย โดยคณะทำงานชุดนี้จะทำงานครอบคลุมถึงการรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาในระบบการเงินหรือสถาบันการเงินที่เป็นคู่ค้าของไทยด้วย
ทั้งนี้ เนื่องจากในการเดินทางไปเยือนหลายประเทศของนายกรัฐมนตรี พบว่ายังมีข้อติดขัดหลายด้าน จึงต้องรวบรวมข้อมูลเพื่อหาทางว่า ธปท.และกระทรวงการคลังจะมีทางช่วยเหลือเพื่อลดอุปสรรคต่างๆ อย่างไร เพื่อให้การค้าขายไทยกับคู่ค้า รวมถึงการค้าชายแดนเป็นไปอย่างสะดวกขึ้น
สำหรับคณะที่ 2 และ 3 จะทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อดูแลผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในเชิงยุทธศาสตร์ โดยชุดหนึ่งจะดูเรื่องการขับเคลื่อนเพิ่มประสิทธิภาพเอสเอ็มอี และอีกชุดดูแลสิทธิประโยชน์ด้านต่างๆ รวมถึงการเพิ่มการวิจัยและพัฒนา (R&D) ของเอสเอ็มอี
“คณะทำงานทั้งหมดนี้จะมีตัวแทนจากทั้ง 3 สถาบัน สถาบันละ 3 คนมาร่วมงาน โดยคาดว่าจะเริ่มทำงานได้ในเร็วๆ นี้” อิสระ กล่าว
กิรฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารโลกประจำประเทศไทย (เวิลด์แบงก์) คาดเศรษฐกิจไทยปี 2557 จะขยายตัว 4.5% สูงกว่าปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวต่อเนื่อง และการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐจะเริ่มทยอยดำเนินงาน ซึ่งรวมถึงโครงการบริหารจัดการน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการขนส่งที่การลงทุนหลักจะเป็นเรื่องถนนและรถไฟรางคู่ รวมถึงรถไฟความเร็วสูงและระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ แม้การเบิกจ่ายจะเป็นเม็ดเงินไม่มากนัก เพราะอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่เชื่อว่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ 4.5% และปี 2558 คาดโตได้ราว 5%
ขณะที่ปีนี้เศรษฐกิจไทยจะโตเหลือ 4% ปรับลดจากเดิมที่คาดว่าจะโตได้ 5% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกไม่ได้เติบโตดีอย่างที่คาดไว้ โดยครึ่งปีแรกจะเติบโตจากการบริโภคภาคครัวเรือนเป็นหลัก ผลจากการกระตุ้นในโครงการรถคันแรก ขณะที่การส่งออกที่ทรุดตัวครึ่งปีแรก จะเริ่มฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง และ ปีนี้ขยายตัวได้ราว 2.5% มีมูลค่า 2.31 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยตั้งแต่เดือน ก.ย.ธ.ค. ต้องขยายตัวอย่างน้อยเดือนละ 5%
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามและมีผลต่อเศรษฐกิจไทยในอนาคต คือ การเบิกจ่ายเงินลงทุนของภาครัฐที่ล่าช้า ส่วนปัจจัยเสี่ยงภายนอกที่สำคัญ คือ 1.การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ล่าช้า และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่เร็วกว่าคาด ซึ่งกระทบต่อการส่งออกของไทย 2.ความผันผวนของเงินทุนไหลเข้าออกที่จะมีผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนและกระทบต่อรายได้จากการส่งออกและต้นทุนนำเข้าของไทย 3.การใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่สูงจากการซื้อรถยนต์ในโครงการรถคันแรกในปีนี้ จะเป็นตัวถ่วงการบริโภคภาคครัวเรือนในปี 2557







