
ความจริงเรื่องตระกูล ส.(14)
สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศประเทศ (International Health Policy Program หรือ IHPP) ซึ่งต่อไปจะเรียกว่าไอเอชพีพี มิได้ทำงานเฉพาะเรื่องการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศเท่านั้น แต่งานหลักคือการพัฒนานโยบายเรื่องสุขภาพโดยรวม
สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศประเทศ (International Health Policy Program หรือ IHPP) ซึ่งต่อไปจะเรียกว่าไอเอชพีพี มิได้ทำงานเฉพาะเรื่องการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศเท่านั้น แต่งานหลักคือการพัฒนานโยบายเรื่องสุขภาพโดยรวม
ไอเอชพีพี เกิดจากการรวมโครงการเมธีวิจัยอาวุโสของ นพ.วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร ที่สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย กับโครงการ “เมธีสุขภาพระหว่างประเทศ” ในสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเข้าด้วยกัน ภายใต้ข้อตกลงที่ลงนามร่วมกันระหว่างผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (นพ.วิพุธ พูลเจริญ) กับปลัดกระทรวงสาธารณสุข (นพ.มงคล ณ สงขลา) เมื่อปี พ.ศ. 2543
ไอเอชพีพี มุ่งพัฒนาขีดความสามารถด้านการวิจัยระบบและนโยบายสาธารณสุข รวมทั้งขีดความสามารถด้านนโยบายสุขภาพโลกอย่างเป็นระบบตามหลักของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ซึ่งมีหลักการคือให้พัฒนา 4 ด้านไปพร้อมกัน ได้แก่ 1) การพัฒนาบุคคล (IndividualI) 2) การพัฒนาองค์กร (NodeN) 3) การพัฒนาเครือข่าย (NetworkN) และ 4) การพัฒนาสิ่งแวดล้อม (EnvironmentE) รวมเป็น INNE เมื่อพัฒนาครบทั้งสี่อย่าง จะเกิดขีดความสามารถที่มีพลานุภาพอย่างสูงสุด
ไอเอชพีพี เป็นการพัฒนาขีดความสามารถตัวบุคคล ต่อจากนั้นก็พัฒนาเป็นหน่วยงานคือไอเอชพีพี เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ร่วมกับราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยฯ ทำโครงการลดการผ่าท้องคลอด ร่วมกับสมาคมปลูกถ่ายอวัยวะในโครงการรับบริจาคไตเพื่อการปลูกถ่าย และร่วมกับต่างประเทศ
ในการสร้างนักวิชาการ ไอเอชพีพีได้สร้างรูปแบบการพัฒนานักวิจัยไว้อย่างดียิ่ง เริ่มจากการคัดเลือกบุคคลที่ “มีแวว” โดยดูจากผลงาน ประสบการณ์ และความมุ่งมั่นเป็นพื้นฐานนำมา “ฟูมฟัก” โดยระบบการ “ฝึกปฏิบัติงาน” ควบคู่กับการอบรมวิชาการและทักษะภาษาอังกฤษ จน “ได้ที่” แล้วจึงส่งไปศึกษาต่อในต่างประเทศ
ในระหว่างศึกษาได้มีการเตรียมการไว้แต่เนิ่นๆ ให้สามารถกลับมาทำงานได้ต่อเนื่อง ไม่ขาดช่วง การฝึกทักษะก็มิได้จำกัดเพียงเรื่องการสร้างความรู้ที่มีคุณภาพระดับสากลเท่านั้น แต่ยังมุ่งพัฒนาทักษะอีก 2 ด้าน ได้แก่ 1) ทักษะในการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายทั้งในประเทศและระดับโลก และ 2) ทักษะในการสื่อสารนโยบายสู่สังคม
ไอเอชพีพี ได้สร้างผลงานไว้มากมาย แค่ช่วงสิบปีแรก มีผลงานวิชาการตีพิมพ์ถึง 292 ชิ้น โดยเป็นบทความตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติถึง 59 ชิ้น ครอบคลุมงานต่างๆ แยกได้เป็น 5 หมวด ได้แก่ 1) ระบบสุขภาพ ซึ่งครอบคลุมเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข การเงินการคลังด้านสุขภาพ การประกันสุขภาพ ระบบข้อมูลสุขภาพ ทรัพยากรบุคคลด้านสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ กลไกและกระบวนการนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพ 2) โรคติดเชื้ออุบัติใหม่ ได้แก่ โรคเอดส์ ไข้หวัดนก และวัคซีนที่เกี่ยวข้อง 3) โรคไม่ติดต่อ ครอบคลุมเรื่องมะเร็ง การรักษาด้วยการเปลี่ยนอวัยวะ การควบคุมแอลกอฮอล์ ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน 4) อนามัย เจริญพันธุ์ คือ เรื่องอนามัยแม่และเด็ก และ 5) เรื่องภาระอันเกิดจากโรคภัย และการบาดเจ็บ
ไม่เพียงสร้างผลงานวิชาการเท่านั้น แต่ไอเอชพีพียังผลักดันผลงานวิชาการไปสู่การกำหนดนโยบาย เช่น การปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมรายชื่อยาในบัญชียาหลักแห่งชาติให้สามารถแก้ปัญหาสุขภาพประชาชนได้ดีขึ้น การตัดสินใจให้ยาต้านไวรัสเอดส์แก่ผู้ป่วยทั่วประเทศ การให้บริการล้างไตแก่ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย การให้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่แก่ประชากร กลุ่มเป้าหมาย เป็นต้น
ที่สำคัญที่สุดคือการศึกษาข้อมูลตัวเลขไว้อย่างพร้อมมูลจนนำไปสู่การตัดสินใจสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และสามารถพัฒนาระบบจนเป็นผลงานชิ้นเอกของรัฐบาลทักษิณ ที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงทั้งจากในประเทศและทั่วโลก และพัฒนาต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้ ไอเอชพีพียังเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการสร้างขีดความสามารถในด้านนโยบายสุขภาพโลก จนทำให้ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของประเทศไทยโดดเด่นในเวทีสุขภาพโลก เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป
นอกจากนี้ยังประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเสนอปรับแก้และผลักดันมติต่างๆ ในที่ประชุมสมัชชาอนามัยโลก ด้วยตัว นพ.วิโรจน์ เองเคยได้รับการทาบทามจาก ดร.มาร์กาเรต ชาน ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ให้ไปทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ ซึ่งได้ทั้งเกียรติยศ ชื่อเสียง และรายได้สูงกว่าในประเทศหลายเท่า แต่ นพ.วิโรจน์ ปฏิเสธ และยืนยันจะทำงานในประเทศไทย
ปัจจุบัน ไอเอชพีพีเปลี่ยนผู้นำเป็นรุ่นที่สามแล้ว เริ่มจาก นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ เป็นคนแรก นพ.วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร เป็นคนที่สอง และปัจจุบันคือ นพ.ภูษิต ประคองสาย ไอเอชพีพียังเป็น “เสาหลักทางวิชาการ” ด้านนโยบายและระบบสุขภาพที่เข้มแข็งมั่นคง พรั่งพร้อมด้วยทีมงานอันแข็งแกร่ง ทั้งด้านวิชาการและธรรมาภิบาล
ที่สำคัญ ยังสามารถ “ออกลูกออกหลาน” เป็นองค์กรสุขภาพที่แข็งแกร่งและสร้างคุณประโยชน์อย่างยิ่งแก่ระบบสุขภาพของประเทศ หลายองค์กร องค์กรที่สำคัญอันหนึ่งคือ แผนงานประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (Health Intervention and Technology Assessment Program) หรือตัวย่อคือไฮแทป (HiTAP) ที่มี นพ.ยศ ตีระวัฒนานนท์ เป็นผู้อำนวยการนั่นเอง







