posttoday
"พาณิชย์" คุมเข้มโรงสีแจ้งราคารับซื้อจุดจำนำ

"พาณิชย์" คุมเข้มโรงสีแจ้งราคารับซื้อจุดจำนำ

07 ตุลาคม 2556

ได้เริ่มโครงการรับจำนำข้าวปี 2556/2557 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. เป็นต้นมา โดยใช้กรอบวงเงินหมุนเวียนสำหรับการดำเนินการไม่เกิน 2.7 แสนล้านบาท คาดว่าจะมีปริมาณข้าวเปลือกเข้าสู่โครงการ 16.5 ล้านตัน แบ่งเป็นข้าวนาปี 11 ล้านตัน และข้าวนาปรัง 5.5 ล้านตัน

ได้เริ่มโครงการรับจำนำข้าวปี 2556/2557 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. เป็นต้นมา โดยใช้กรอบวงเงินหมุนเวียนสำหรับการดำเนินการไม่เกิน 2.7 แสนล้านบาท คาดว่าจะมีปริมาณข้าวเปลือกเข้าสู่โครงการ 16.5 ล้านตัน แบ่งเป็นข้าวนาปี 11 ล้านตัน และข้าวนาปรัง 5.5 ล้านตัน

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ต้องการให้โครงการรับจำนำรอบนี้มีความโปร่งใสและเพื่อให้ชาวนาได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง

สุชาติ สินรัตน์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า การเปิดรับจำนำข้าวรอบใหม่ ได้เพิ่มมาตรการรัดกุมมากขึ้น โดยประสานไปยังสำนักงานการค้าภายในจังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบโรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวปี 2556/2557 พร้อมกับกำหนดให้โรงสีต้องปิดป้ายบอกราคารับซื้อข้าวส่วนเกินจากที่ชาวนาสามารถนำข้าวเปลือกเข้าร่วมโครงการรับจำนำ เนื่องจากโครงการรับจำนำครั้งนี้ มีการจำกัดวงเงินที่ชาวนาจะร่วมโครงการได้ที่ 3.5 แสนบาทต่อครัวเรือน ทำให้จะมีข้าวเหลือที่ต้องขายให้ในตลาดทั่วไป

“ปกติแล้วชาวนามักจะขายข้าวในปริมาณส่วนเกินจากที่รับจำนำให้โรงสีที่เปิดเป็นจุดรับจำนำนั้นเลย ดังนั้น หากไม่มีการประกาศราคารับซื้อท้องตลาดที่ชัดเจน อาจเป็นโอกาสให้โรงสีกดราคาข้าวจากชาวนาได้ ซึ่งการปิดประกาศราคารับซื้อจะอ้างอิงราคาตลาดปัจจุบันตามคุณภาพของข้าวเพื่อทำให้ชาวนาได้รับความเป็นธรรมและมีโอกาสเลือกโรงสีที่ให้ราคาข้าวดีเป็นจุดรับจำนำแทน” สุชาติ กล่าว

นอกจากการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อที่ชัดเจนแล้ว ยังต้องเข้าไปสุ่มตรวจการคำนวณปริมาณและราคาข้าวให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) กำหนดคือ ใบรับรองทะเบียนเกษตรกรจะกำหนดปริมาณข้าวที่ขึ้นทะเบียนไว้ในความชื้น 15% แต่ข้าวที่ชาวนาเก็บเกี่ยวส่วนใหญ่จะมีความชื้น 30% จึงต้องทอนความชื้นไปที่ 15% ก่อน ซึ่งหากพบว่าโรงสีใดโกงน้ำหนักรับซื้อข้าวชาวนา จะมีความผิดตามกฎหมาย และโรงสีรายนั้นจะถูกขึ้นบัญชีดำและห้ามร่วมโครงการอีกต่อไป

แหล่งข่าวจาก กขช. กล่าวว่า กขช.ได้กำชับให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตรวจสอบการขึ้นทะเบียนเกษตรกรให้มากขึ้น หลังจากการปรับลดเพดานปริมาณข้าวของชาวนาที่จะเข้าร่วมโครงการรับจำนำไว้ไม่เกินรายละ 3.5 แสนบาทต่อครัวเรือน โดยเน้นกลุ่มที่มีการอ้างการแยกครัวเรือนใหม่ และมาขอขึ้นทะเบียนเพื่อให้ข้าวได้เข้าร่วมโครงการได้มากที่สุด ซึ่งโครงการที่ผ่านมามีชาวนาที่มีมูลค่าข้าวเข้าโครงการมากกว่า 1 ล้านบาทหลายราย ส่วน ธ.ก.ส.ให้ตรวจสอบเกษตรกรที่มาขอเปิดหน้าบัญชีใหม่ เพื่อใช้เป็นช่องทางรับเงินค่าข้าวจากโครงการรับจำนำ ซึ่งกำหนดให้ ธ.ก.ส.โอนเงินเข้าบัญชีของเกษตรกร

“การปรับเงื่อนไขการรับจำนำครั้งนี้ จะมีช่องโหว่ที่ทำให้ชาวนาพยายามนำข้าวไปร่วมโครงการให้ได้มากที่สุดอยู่หลายจุด ตอนนี้ก็กำลังร่วมมือกับกระทรวงเกษตรฯ ตรวจสอบ หากพบมีการทุจริตจะได้เร่งแก้ไข” แหล่งข่าวเปิดเผย

สำหรับราคาข้าวเปลือกหอมมะลิในโครงการรับจำนำตันละ 2 หมื่นบาท ส่วนราคาตลาดทั่วไป อยู่ที่ตันละ 1.51.67 หมื่นบาท ข้าวเปลือกเจ้า 5% ตันละ 1.5 หมื่นบาท ราคาตลาดตันละ 8,3001 หมื่นบาท

โครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2555/56 รอบที่ 1 ที่ผ่านมา มีโรงสีเข้าร่วมโครงการ รวม 906 แห่ง มีชาวนาขึ้นทะเบียน 3.53 ล้านครัวเรือน ธ.ก.ส. จ่ายเงินให้เกษตรกร จำนวน 2.34 แสนล้านบาท มีปริมาณข้าวเข้าร่วมโครงการ 14.5ล้านตันข้าวเปลือก และข้าวเปลือกปีการผลิต 2555/56 รอบ 2 สิ้นสุด ณ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา ชาวนาขึ้นทะเบียน 6.48 แสนราย ธ.ก.ส. จ่ายเงินให้ชาวนาแล้ว 1 แสนล้านบาท มีข้าวร่วมโครงการ 7.93 ล้านตันข้าวเปลือก รวม 2 รอบ 21.5 ล้านตันข้าวเปลือก

วิเชียร พวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า วันที่ 7 ต.ค.นี้ กลุ่มเกษตรกรจะเดินทางไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการขึ้นทะเบียนผลผลิตต่อไร่เพราะเห็นว่าการพิจารณาหลักเกณฑ์ก่อนหน้านี้ ไม่มีความเป็นธรรมกับเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ อาทิ ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา กำหนดผลผลิตที่ 625 กิโลกรัมต่อไร่ ในขณะที่พื้นที่ จ.สุพรรณบุรี และ จ.อ่างทอง กำหนดที่ 700 กิโลกรัมต่อไร่ และหากยังไม่มีคำตอบทางกลุ่มเกษตรกรจะมีการกำหนดท่าทีเพื่อเรียกร้องต่อไป

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง แจ้งว่า ในการประชุมคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่มีทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง เป็นประธานเมื่อช่วงปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการรายงานสถานะโครงการรับจำนำผลิตผลทางการเกษตร ปีการผลิต 2554/2555 และปี 2555/2556 ว่า ตัวเลขการจ่ายเงินสำหรับโครงการรับจำนำ ณ วันที่ 31 ส.ค. 2556 มีวงเงินกว่า 7.36 แสนล้านบาท แบ่งเป็นเงินทุนจาก ธ.ก.ส. 9 หมื่นล้านบาท เงินกู้จากสถาบันการเงินที่กระทรวงการคลังจัดหาให้ 3.78 แสนล้านบาท เงินจากระบายผลิตผล 1.14 แสนล้านบาท และเงินที่ ธ.ก.ส.สำรองจ่ายกว่า 1.53 แสนล้านบาท โดยเงินที่จ่ายไปนั้นเป็นเงินที่ใช้สำหรับโครงการรับจำนำผลผลิตทางการเกษตรทุกโครงการตั้งแต่ปี 25542556 และหากรวมวงเงินช่วยเหลือยางพาราวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท เป็นเงินถึง 7.66 แสนล้านบาท

นายสุชาติ สินรัตน์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ได้สั่งการสำนักงานการค้าภายในจังหวัดตรวจสอบโรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวปี 2556/2557 ที่เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา จะต้องให้โรงสีปิดป้ายแสดงราคารับซื้อข้าวที่จะเป็นส่วนเกินจากที่ชาวนาสามารถนำข้าวเปลือกเข้าร่วมโครงการรับจำนำ เพราะโครงการรับจำนำครั้งนี้ มีการจำกัดวงเงินที่ชาวนาจะร่วมโครงการได้ที่ 3.5 แสนบาทต่อครัวเรือน ทำให้จะมีข้าวเหลือที่ต้องขายให้ในตลาดทั่วไป ป้องกันไม่ให้โรงสีกดราคาซื้อข้าวส่วนเกิน เพื่อให้ชาวนาได้รับความเป็นธรรม

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง