posttoday
ล้วงคลังหลวง

ล้วงคลังหลวง

07 ตุลาคม 2556

อำพนเล็งตั้งกองทุนมั่งคั่งแห่งชาตินำทุนสำรองลงทุนโครงการ2ล้านล.ยันไม่แตะเงินผ้าป่าหลวงตามหาบัว

อำพนเล็งตั้งกองทุนมั่งคั่งแห่งชาตินำทุนสำรองลงทุนโครงการ2ล้านล.ยันไม่แตะเงินผ้าป่าหลวงตามหาบัว

“อำพน” ลุยไฟดึงทุนสำรองตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ

นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (บอร์ด ธปท.) เปิดเผยว่า ได้หารือกับผู้ว่าการ ธปท. ในเรื่องการนำทุนสำรองระหว่างประเทศบางส่วนมาจัดตั้งเป็นกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ซึ่งจะผลักดันตั้งขึ้นให้ได้ภายใน 1 ปี 7 เดือน ที่เป็นประธานบอร์ด ธปท.

นายอำพน กล่าวว่า มีความเป็นได้ที่จะนำทุนสำรองมาลงทุนในโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท แต่คงไม่ใช่การนำเงินไปลงทุนโดยตรง แต่จะใช้วิธีให้กระทรวงการคลังออกพันบัตรเงินตราต่างประเทศที่รัฐบาลค้ำประกัน มาให้กองทุนความมั่งคั่งเป็นผู้ถือแทน ซึ่งความต้องการใช้เงินต่างประเทศในการลงทุนน่าจะมีมากขึ้นช่วงหลังปี 2558

“ตอนที่คลังกู้เงินธนาคารโลก และกองทุนความร่วมมือทางเศรษฐกิจโพ้นทะเลแห่งประเทศญี่ปุ่น (โออีซีเอฟ) มาลงทุนทำรถไฟ ทำทางด่วน เงินที่กู้มาก็เป็นเงินสำรองที่เราเอาไปฝากเขา แทนที่จะให้ ธปท.ถือพันธบัตรสหรัฐ ก็เปลี่ยนมาถือพันธบัตรไทยได้หรือไม่ ยิ่งเดี๋ยวนี้สหรัฐพิมพ์แต่กระดาษออกมา เราจะไปจับมันอีกหรือ” นายอำพน กล่าว

ทั้งนี้ ทาง ธปท.กำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่ หลายฝ่ายเห็นชอบร่วมกันในหลักการแล้ว แต่เงินที่จะนำออกมาลงทุนจะไม่ไปแตะต้องเงินผ้าป่าช่วยชาติของ หลวงตามหาบัวญาณสัมปันโน ส่วนจะนำทุนสำรองไปลงทุนอะไรบ้าง คงต้องให้ฝ่ายวิชาการ ธปท.ไปศึกษา โดยทุนสำรองของประเทศอยู่ที่ 1.725 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หักภาระทั้งหมดมีทุนเพียง 8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

นายคำนูณ สิทธิสมาน สว.สรรหา กล่าวว่า แนวคิดของประธาน ธปท.คนใหม่น่าจะถูกตั้งคำถามหรือถูกขอความชัดเจนจากคณะลูกศิษย์ของหลวงตามหาบัวอยู่ดี และที่ผ่านมา 2 ปีกว่าถึงจะเปลี่ยนประธานแต่เป้าหมายไม่เปลี่ยน สิ่งที่เห็นมาตลอดคือรัฐบาลนี้มีการบริหารเศรษฐกิจเฉพาะฝั่งใช้จ่าย แต่ไม่มีเรื่องฝั่งหารายได้ จึงมีแนวคิดจะนำทุนสำรองไปใช้ตลอดไม่ว่าวิธีการไหนเพราะถึงจะบอกว่าไม่ยุ่งกับเงินหลวงตามหาบัวฯที่อยู่ในบัญชีทุนสำรองพิเศษ แต่อย่าลืมว่าทุนสำรองที่มีส่วนหนึ่งเพราะต่างชาติเอาเข้ามาแป๊ะไว้จะต้องเผื่อต่างชาติแลกกลับด้วย ที่สำคัญอาจจะมีปัญหากับผู้ว่าการ ธปท.ถ้าเอาเฉพาะส่วนของสินทรัพย์ไปแต่ไม่เอาส่วนของหนี้สินไปด้วยตามแนวนโยบายที่ผู้ว่าการ ธปท.ยืนยันมาตลอด ว่าถ้าใครจะเอาเงอนเหรียญสหรัฐไปต้องเอาบาทมาแลก ซึ่งหมายถึงรัฐบาลต้องออกพันฐบัตรให้ธปท.ถือไว้แทนเงินเหรียญสหรัฐที่จะเอาไปบริหาร แต่คงไม่ใช่เรื่ิองที่จะสำเร็จง่ายๆ เนื่องจากแนวนโยบายของรัฐบาลผ่านประธานธปท.แต่ละคนที่มาดูเหมือนไม่อยากจะออกพันธบัตรมาแทน แต่อย่กเอาไปเฉยๆ

นายอำพน กล่าวว่า ไทยมีทุนสำรองระหว่างประเทศและฟอร์เวิร์ด 1.61.7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หากกันทุนสำรองไว้ตามสูตรที่ว่าต้องครอบคลุมเงินค่านำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ 6 เดือน ทุนสำรองฯควรจะอยู่ที่ 8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐก็น่าจะเพียงพอแล้ว จึงได้ให้ไปคำนวณว่าทุนสำรองส่วนเกินมีเท่าไหร่ ซึ่งก็มีจำนวนหนึ่งแต่บอกไม่ได้

นายอำพน กล่าวว่า การนำทุนสำรองระหว่างประเทศส่วนเกินมาลงทุนหรือจัดตั้งกองทุนมั่งคั่ง จะต้องมีกลไกที่ทำให้การลงทุนมีความเสี่ยงน้อยที่สุด และมีทางเลือกที่นำเงินทุนสำรองไปลงทุนในสิ่งที่มีความมั่นคงมากกว่านำเงินทุนสำรองไปซื้อพันธบัตรสหรัฐหรือยุโรป อีกทั้งต้องเป็นการช่วยเหลือระบบเศรษฐกิจของไทยด้วย

“ทุกคนเห็นตรงกัน แต่หลักเกณฑ์การควบคุมความเสี่ยงคืออะไร ต้องมาคิด ต้องบอกสาธารณชนให้ได้ ซึ่งผมได้ให้หลักไว้ 3 ข้อ 1.มีความเสี่ยงมากกว่าเดิมหรือไม่ นี่เป็นหัวใจ 2.ดีต่อระบบเศรษฐกิจอย่างไร และ3.ต้องตอบว่าทำได้หรือไม่ ถ้าทำ ทำอย่างไร หลักเกณฑ์ต้องมาคุยกัน ไม่ให้มีความเสี่ยง ถ้าทำได้ ต้องแก้กฎหมาย ก็ว่าไป”นายอำพนกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในขั้นตอนที่ฝ่ายวิชาการธปท.กำลังศึกษาเพื่อออกหลักเกณฑ์การนำทุนสำรองมาลงทุน ก็ได้สั่งการไปว่า ห้ามยุ่งกับทุนสำรองที่มีผู้แสดงเจตจำนงชัดเจนว่าให้เก็บไว้เพื่อเป็นทุนสำรองโดยเด็ดขาด ห้ามแตะเด็ดขาด เพราะตนก็ลูกศิษย์เหมือนกัน

นายอำพน กล่าวว่า การนำทุนสำรองมาลงทุนอะไรบ้างนั้น ขอให้ฝ่ายวิชาการไปศึกษาก่อน ซึ่งส่วนตัวคิดว่า ที่ผ่านมากระทรวงการคลังต้องกู้เงินจากธนาคารโลก และเงินกู้ OECS ในรูปเงินตราต่างประเทศเพื่อนำมาลงทุน และต้องเสียดอกเบี้ยจำนวนมาก หากนำทุนสำรองมาให้กู้แทนจะดีกว่าหรือไม่

“ตอนนี้กระทรวงคลังกู้เงินธนาคารโลก และ OECS จำนวนมาก มาลงทุน ทำรถไฟ ทำทางด่วน ซึ่งเงินที่เรากู้มา ก็เป็นเงินสำรองที่เราเอาไปฝากที่เขา แล้วเขาก็เอามาให้เรากู้ เราไม่ต้องการอย่างนั้น อย่างแบงก์ชาติแทนที่จะถือพันธบัตรสหรัฐก็ให้มาถือพันธบัตรไทยได้หรือไม่ ยิ่งเดี๋ยวนี้เขา (สหรัฐ)ปริ้นกระดาษออกมา เราจะไปจับมันอีกหรือ”นายอำพนกล่าว

นายอำพน กล่าวว่า มีความเป็นได้ที่จะนำทุนสำรองมาลงทุนในโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท แต่คงไม่ใช่การนำเงินไปลงทุนโดยตรง แต่จะใช้วิธีให้กระทรวงการคลังออกพันบัตรเงินตราต่างประเทศที่รัฐบาลค้ำประกัน มาให้กองทุนความมั่งคั่งเป็นผู้ถือแทน ซึ่งความต้องการใช้เงินต่างประเทศในการลงทุนน่าจะมีมากขึ้นช่วงหลังปี 2558

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท