
หลากสีพิษณุโลกมอบดอกไม้ให้กำลังใจตชด.
กลุ่มเสื้อหลากสีพิษณุโลกมอบดอกไม้ให้กำลังใจ ตชด. 31 ที่ปฏิบัติหน้าที่ปะทะม็อบแดง
กลุ่มเสื้อหลากสีพิษณุโลกมอบดอกไม้ให้กำลังใจ ตชด. 31 ที่ปฏิบัติหน้าที่ปะทะม็อบแดง
กลุ่มสวมเสื้อหลากสี จ.พิษณุโลก นำโดยพล.ท.พิพัฒน์ เด็ดแก้ว อดีตที่ปรึกษากองทัพภาคที่ 3 ได้นำสมาชิกกลุ่มเสื้อหลากสีจำนวนกว่า 70 คน เดินทางไปมอบดอกไม้ให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 31 ที่ได้ปะทะกับกลุ่มเสื้อแดง นปช.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 31 ต้องส่งกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชน ไปปฏิบัติหน้าที่กรุงเทพมหานคร แต่กลับถูกกลุ่ม นปช.ปิดทางกั้นไม่ให้เดินทางไปได้
เนื่องจากให้เหตุผลว่าเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและตัวเจ้าหน้าที่เองหากมีการสลายชุมนุมและมีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชน อาจทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินได้ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 31 ต้องเดินทางออกไปจากค่ายให้ได้ จึงได้มีการปะทะกันกับกลุ่มเสื้อแดงในที่สุดก็สามารถเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่กรุงเทพมหานครได้ดังกล่าว
พ.ต.อ.ปรีชา หงษ์จร ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 31 กล่าวกับกลุ่มผู้สวมเสื้อหลากสีว่า ตนเองปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา และคิดถึงประเทศชาติเป็นหลัก หากตนเองไม่สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนเดินทางตามคำสั่งแล้วก็จะเสียระบบการปกครองได้ ซึ่งตนเองไม่ได้อยู่เสื้อสีใดไม่ว่าจะเป็นเหลือง หรือแดง แต่ตนเองนั้นได้สวมเสื้อสีเขียวของตำรวจตระเวนชายแดน ต้องยึดหลักของการทำงานเป็นที่ตั้ง หากผู้บังคับบัญชาสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ก็ต้องกระทำ ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลก็ตาม และอยากให้ประชาชนทุนคนได้คิดถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ได้ทรงงานมาทั้งชีวิต เพื่อพี่น้องประชาชน เราคนไทยก็ควรมีความรักความสามัคคีให้มาก เพื่อประเทศชาติของเราอยู่ดำรงไว้ตลอดไป
"ผมทำงานเพื่อชาติ ผมเป็นข้าราชการของในหลวง จะชั่วจะดีก็ว่ามา มีคนชวนให้ไปเคลื่อนไหวรักชาติพระมหากษัตริย์ ผมบอกว่าผมรักแน่ แต่ผมไม่ไปแหกปาก แต่เรื่องหน้าที่ผมทำเต็มที่ เคยมีคนถามผมสีอะไร ผมบอกว่า ผมมีเสื้อมาก ผมเลือกใส่เสื้อได้ทุกสี อยากเห็นคนไทยรักกันให้มาก ๆ กว่านี้ การแก้ปัญหาบ้านเมือง ต้องทำอย่างคนเป็นพ่อ ลูกทำผิดก็ต้องตี ส่วนลูกอีกคนไม่ได้ทำผิด ก็ยังต้องตีเพื่อให้รู้ว่าผิดเพราะเป็นพี่น้องกันทะเลาะกัน แต่ปัญหาคนในครอบครัวเดียวกันเมื่อมีการพูดคุย มีการให้ความรักต่อกัน ปัญหาก็ยุติไปเอง เช่นกันการเลือกรัฐบาลก็เหมือนการเลือกเมีย ใครรักใครชอบใครก็เลือกแต่งงานอยู่กินกันไป การเลือกรัฐบาลเลือกผู้แทนเมื่อเรากันกันชอบกันก็เลือกคนนั้น แต่อย่าไปยุยงคนใกล้ชิดต้องชอบหรือเกลียดไปด้วย"พ.ต.อ.ปรีชา กล่าว







