
อภิวันท์เผย ขณะนี้เลยเวลาซักฟอก
"อภิวันท์" เชื่อ ซักฟอกรัฐบาลไม่มีประโยชน์ เผยเพื่อไทยประเมินสถานการณ์เลยเวลาอภิปรายฯ
"อภิวันท์" เชื่อ ซักฟอกรัฐบาลไม่มีประโยชน์ เผยเพื่อไทยประเมินสถานการณ์เลยเวลาอภิปรายฯ
พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 กล่าวถึงกรณีครม.ยังไม่มีระบุวันเปิดประชุมร่วมรัฐสภาแก้วิกฤติ ว่า รัฐสภายังมีประโยชน์ในการแก้ปัญหาของบ้านเมือง แต่ที่ทราบข่าวครม.อนุมัติให้เปิดเพียงสภาเดียวตามมาตรา 161 เท่านั้น ซึ่งปกติควรจะใช้มาตรา 179 เพื่อให้สมาชิกทั้ง 2 สภาได้ซักถามและมีการเสนอข้อเสนอแนะโดยไม่มีการลงมติ ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าสถานการณ์ยังไม่ปกติ เกรงว่าการอภิปรายจะยิ่งทำให้สถานการณ์บานปลายนั้น เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องคิด เพราะยิ่งสถานการณ์ไม่ปกติก็ยิ่งต้องเปิดประชุมร่วมรัฐสภา
พ.อ.อภิวันท์ กล่าวอีกว่า กรณีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ นั้น พรรคเพื่อไทยมีการประชุม โดยบางคนระบุว่าสถานการณ์ขณะนี้เลยเวลาที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว แต่บางคนก็ระบุว่าในฐานะพรรคการเมืองก็ต้องดำเนินการตามระบอบรัฐสภา ซึ่งเป็นความเห็นที่แตกต่างกัน แต่เท่าที่ฟังดูนั้นส่วนใหญ่มองว่าสถานการณ์ล่วงเลยเวลาไปแล้ว เนื่องจากมีการปราบปรามและมีประชาชนเสียชีวิตจำนวนมาก
ทั้งนี้ ตามปกตินายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงต้องแสดงความรับผิดชอบ แต่ขณะนี้ก็ยังไม่แสดงอะไรเลย กลับออกมากล่าวหาว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ก่อการร้าย โดยเฉพาะพล.อชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ทั้งๆ ที่เคยเป็นผบ.ทบ.ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความคิดเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด และ เคยเป็นอดีตนายกฯ แต่ถูกกล่าวร้ายว่าเป็นหัวหน้าขบวนการจ้องล้มสถาบัน สังคมไทยขณะนี้ไร้สติ
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านเหมือนจะไม่ใช้การอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจจะถูกมองว่าหลีกเลี่ยงการใช้เวทีรัฐสภาในการแก้ปัญหา พ.อ.อภิวันท์กล่าวว่า เราใช้กระทู้ แต่รัฐบาลก็ไม่ตอบ คงต้องดูสถานการณ์ว่าเหมาะสมหรือไม่ แต่ขณะนี้อำมาตย์ได้ครอบงำ แม้ซักฟอกรัฐบาลไปก็ไม่เกิดประโยชน์ สถานการณ์ปัจจุบันพูดกันถึงว่า ทำอย่างไรบ้านเมืองจึงจะกลับมาสามัคคีกันใหม่ ส่วนที่รัฐบาลจะไม่มาตอบกระทู้สดนั้นก็เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่เสียมารยาทนิดหน่อย
พ.อ.อภิวันท์ กล่าวยืนยันว่าการอภิปรายหรือไม่นั้นไม่จำเป็นต้องหารือกับกลุ่มนปช. เนื่องจากการอภิปรายไม่เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง แต่การพูดคุยกันนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนจะปฏิบัติตามผลการหารือหรือไม่เป็นเรื่องของพรรค ไม่เกี่ยวกับมวลชนคนเสื้อแดง และทั้ง 2 ฝ่ายก็ไม่ได้มีความเชื่อมโยงกัน เพียงแต่คิดเหมือนกันคือเรียกร้องประชาธิปไตยที่เป็นจริง
“ที่ผ่านมามีคนกล่าวหาว่าผมก็เป็นหนึ่งในขบวนการล้มเจ้า ผมยอมรับว่าผมล้มอำมาตย์แต่ปกป้องสถาบัน เพราะอำมาตย์เป็นบุคคลที่อาศัยสถาบันมามีอภิสิทธิ์เหนือผู้อื่น ถึงเวลาแล้วที่บ้านเมืองเราจำเป็นต้องขจัดระบอบอำมาตย์ออกไป จะทำให้สถาบันอยู่อย่างมั่นคงและสมพระเกียรติ แต่ไพร่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นคนจน” พ.อ.อภิวันท์กล่าว







