
นายกฯไปอินโดฯ-บรูไนถกเอเปค-อาเซียน
นายกฯบินไปอินโดฯ-บรูไนร่วมประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปค และประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนระหว่าง6-8ต.ค.นี้
นายกฯบินไปอินโดฯ-บรูไนร่วมประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปค และประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนระหว่าง6-8ต.ค.นี้
วันนี้ (6 ต.ค.) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะบุคคลสำคัญประกอบด้วย นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสุรนันท์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกเดินทางไปสาธารณรัฐอินโดนีเซียและบรูไนดารุสซาลาม เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 21 ระหว่างวันที่ 6-8 ตุลาคม 2556 และการประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 23 ระหว่างวันที่ 8-10 ตุลาคม 2556
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเที่ยวบินพิเศษที่ TG 8886 ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติงูระห์ไร (Ngurah Rai) เมืองบาหลี สาธารณรัฐ อินโดนีเซีย เวลา 08.40 น.
จากนั้น16.10 น. นายกรัฐมนตรีหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีจีน ณ โรงแรม Laguna Resort ,17.00 น. นายกรัฐมนตรีหารือกับ US – APEC Business Coalition ณ โรงแรม Grand Nikko Bali ซึ่งเป็นโรงแรมที่พัก จากนั้น 19.00 น. นายกรัฐมนตรีร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำกับนักธุรกิจชั้นนำที่เข้าร่วมงาน APEC CEO Summit 2013 ณ โรงแรมที่พัก
ทั้งนี้ การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 21 โดยมีอินโดนีเซียเป็นประเทศเจ้าภาพ มีหัวข้อหลักในการประชุมคือ “Resilient Asia-Pacific, Engine of Global Growth” โดยมีประเด็นหารือ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การบรรลุเป้าหมายโบเกอร์ (Attaining the Bogor Goals) การเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยความเท่าเทียม (Sustainable Growth with Equity) และการส่งเสริมความเชื่อมโยงในภูมิภาค (Promoting Connectivity)
โดยการประชุมครั้งนี้ มีความสำคัญเนื่องจากจะเป็นการเน้นย้ำบทบาทของไทย ในการเป็นประเทศผู้ให้การสนับสนุน และให้ความร่วมมือ เพื่อทำให้เกิดการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยความเท่าเทียมในภูมิภาค ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะเน้นย้ำในหลายประเด็นที่เป็นความท้าทายที่หลายๆประเทศกำลังเผชิญอยู่ อาทิ ความมั่นคงทางอาหาร น้ำ และพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน การจัดการภัยพิบัติ และการสร้างความเชื่อมโยง และการบริหารจัดการน้ำ เป็นต้น
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจะได้มีการหารืออย่างไม่เป็นทางการกับผู้นำประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิก เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความท้าทายด้านความเชื่อมโยงสำหรับหมู่เกาะแปซิฟิก รวมทั้งติดตามความคืบหน้าของความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งไทยเป็นคู่เจรจา นอกจากนี้ ในระหว่างการประชุม นายกรัฐมนตรีจะมีโอกาสหารือกับผู้นำจากหลายๆประเทศ ได้แก่ จีน เครือรัฐออสเตรเลีย เขตเศรษฐกิจพิเศษฮ่องกง และปาปัวนิวกีนี โดยคาดว่าจะมีการหารือเพื่อผลักดันความร่วมมือต่างๆที่มีอยู่ให้เดินหน้า และแสวงหาความร่วมมือใหม่ๆ ทั้งจากภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะมีโอกาสได้ประชุมโต๊ะกลมกับผู้แทนระดับสูงของ US-APEC Business Coalition จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ พลังงาน สินค้าอุปโภคบริโภค ยาและเวชภัณฑ์ คอมพิวเตอร์ และ IT การเงินและการบริการ และการเกษตร เป็นต้น เพื่อย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-สหรัฐ รวมถึงเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศไทย
**ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra**







