posttoday
ตั้งกลุ่ม 'กรีนมูฟไทยแลนด์' เดินเท้าทั่วกรุงหยุดแม่วงก์

ตั้งกลุ่ม 'กรีนมูฟไทยแลนด์' เดินเท้าทั่วกรุงหยุดแม่วงก์

05 ตุลาคม 2556

จะมีการเปิดตัวเครือข่ายสื่ออาสาภาคประชาชนเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือกรีนมูฟไทยแลนด์ ในวันที่ 9 ต.ค.นี้ ก่อนจะนำรายชื่อประชาชน 1.1 แสนคน

โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

“จะมีการเปิดตัวเครือข่ายสื่ออาสาภาคประชาชนเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือกรีนมูฟไทยแลนด์ ในวันที่ 9 ต.ค.นี้ ก่อนจะนำรายชื่อประชาชน 1.1 แสนคน ยื่นต่อรัฐบาลเพื่อแสดงจุดยืนไม่เอาเขื่อนแม่วงก์” สมิทธ์ ตุงคะสมิต รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดแผนการเคลื่อนไหวครั้งแรกในเวทีเสวนาหัวข้อ “แสนชื่อปกป้องแม่วงก์ ปลุกล้านคนต้านเขื่อน 3.5 แสนล้าน” ซึ่งจัดโดยชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา

ผู้ริเริ่มแคมเปญรณรงค์หยุดเขื่อนแม่วงก์ผ่าน www.change.org กระทั่งมีผู้เข้าร่วมทะลุ 1 แสนคน อธิบายว่า กรีนมูฟไทยแลนด์เกิดขึ้นจากกลุ่มนักอนุรักษ์และกลุ่มคนชั้นกลางในกรุงเทพมหานคร (กทม.) หลายร้อยคนที่รวมตัวกันเป็นเครือข่าย โดยเฉพาะการสื่อสารในหลายรูปแบบเพื่อให้เกิดภาพที่ชัดเจนและแท้จริงกรณีเขื่อนแม่วงก์

“หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 9 ต.ค.นี้แล้ว อีก 10 วันต่อมา คือในวันเสาร์ที่ 19 ต.ค.นี้ จะขอเชิญชวนประชาชนออกมาเดินและขี่จักรยานจากหอศิลปฯ ไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ และจะเดินไปยังองค์กรระหว่างประเทศ เช่น ยูเนสโก และยูเอ็น พร้อมทั้งนำรายชื่อประชาชนทั้ง 1.1 แสนคน พิมพ์ลงบนแผ่นผ้าเพื่อมอบให้รัฐบาลและองค์กรเหล่านั้นด้วย” สมิทธ์ ระบุ

นักวิชาการรายนี้ให้ภาพว่า ปัจจุบันประชาชนยังไม่ตระหนักถึงผลกระทบจากโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท นั่นเพราะรัฐบาลไม่ให้ข้อเท็จจริงและมุ่งแต่สร้างมโนภาพว่าถ้าไม่สร้างเขื่อนแล้วน้ำจะท่วม หรือถ้าไม่เก็บน้ำจะไม่มีน้ำใช้ในฤดูแล้ง คือนำทุกอย่างมามัดรวมไว้ที่เขื่อนและไม่เปิดช่องหรือทางเลือกอื่นๆ

ตั้งกลุ่ม 'กรีนมูฟไทยแลนด์' เดินเท้าทั่วกรุงหยุดแม่วงก์

 

“อย่างนิทรรศการน้ำที่สยาม คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ก็โกหกประชาชน บอกว่าอีเอชไอเอเขื่อนแม่วงก์ผ่านแล้ว และยังมีการเก็บแบบสอบถามที่ใช้คำถามชี้นำ เช่น ท่านทราบหรือไม่ว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูญเสียไปเพราะอุทกภัยปี 2554 เป็นเท่าใด หรือแผนงานโมดูลใดที่ท่านคิดว่าจำเป็นต้องเร่งสร้าง จงเรียงลำดับ 15 ซึ่งเป็นการชี้นำและให้ความจริงครึ่งเดียว” สมิทธ์ ระบุ

สมิทธ์ ย้ำว่า โครงการนี้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่เป็นการเปลี่ยนแปลงวิถีลุ่มน้ำ เปลี่ยนแปลงระบบนิเวศของประเทศทั้งหมด ดังนั้นรัฐบาลจะจัดทำประชาพิจารณ์เป็นกลุ่มย่อยๆ ไม่ได้ ต้องทำประชาพิจารณ์ใหญ่ทั่วทั้งประเทศ

สอดคล้องกับ เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา แสดงความคิดเห็นไว้ว่า ที่จริงแล้ว พ.ร.ก.เงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท ควรเป็นโมฆะ เนื่องจากจุดประสงค์ไม่เป็นไปตามเหตุผลที่รัฐอ้าง คือมีการสอดไส้โครงการที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน และไม่ได้เป็นไปเพื่อป้องกันภัยพิบัติ

นอกจากนี้ การดำเนินโครงการกลับเป็นไปอย่างกลับหัวกลับหาง คือรัฐกลับหาผู้ชนะการประมูลก่อน แล้วจึงกำหนดแนวทางการลงพื้นที่ ทำความเข้าใจกับชาวบ้าน และหาที่ดินเพื่อดำเนินการ

“นอกเหนือจากโครงการทั้ง 9 โมดูล มูลค่า 2.8 แสนล้านแล้ว ยังมีโครงการอื่นๆ ที่ถูกจับยัดใส่โดยไม่มีความจำเป็นอีก อาทิ เงินบริหารของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) 1 หมื่นล้านบาท โครงการกว๊านพะเยา หนองหาน โขง ชี มูล เดิม

“นอกจากนี้ยังมีโครงการฟื้นฟูเยียวยาจากอุทกภัยปี 2554 ซึ่งอยู่ใน 9 โมดูล แต่ถูกแยกงบจำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท ออกมาดำเนินการก่อน โดยเงินสำหรับฟื้นฟูเยียวยาจริงๆ ใช้ไปเพียง 37.5% ของงบประมาณ ส่วนที่เหลือกลับใช้ทำโครงการย่อยที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ไปแล้ว” นักเคลื่อนไหวรายนี้ระบุ

ขณะที่ สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ เลขาธิการมูลนิธิโลกสีเขียว ยอมรับว่า ยังไม่รู้ว่าจะสื่อสารเพื่อให้ฝ่ายการเมืองเข้าใจอย่างไร เนื่องจากรัฐบาลได้ตั้งธงอยู่แล้วว่าจะเดินหน้าโครงการ อย่างไรก็ตาม การสื่อสารกับผู้มีอำนาจอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากความเข้าใจร่วมของคนในสังคมมากกว่า จึงต้องกระจายแนวความคิดเหล่านี้ออกไป

“ตั้งแต่อุทกภัยปี 2554 จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการถอดบทเรียนของปัญหา แทนที่จะเริ่มจากการสรุปข้อมูล แต่รัฐบาลกลับเริ่มต้นที่การคิดว่าจะใช้เครื่องมือก่อสร้างอะไรแก้ปัญหา หนักเข้ายังเริ่มด้วยการตั้งงบประมาณก่อนด้วยซ้ำ” สรณรัชฎ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท