
ประดิษฐปัดยึดงบบัตรทอง
อ้างสปสช.ชงเองสนับสนุนเขตสุขภาพ ย้ำสธ.ต้องคุมงบ4แสนล.ให้เกิดประโยชน์
อ้างสปสช.ชงเองสนับสนุนเขตสุขภาพ ย้ำสธ.ต้องคุมงบ4แสนล.ให้เกิดประโยชน์
“ประดิษฐ” วิพากษ์ สปสช.ไม่โปร่งใส อ้างทำกองทุนตามแรงล็อบบี้ ยันสธ.ต้องเข้าไปตรวจสอบถ่วงดุล
นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า สธ.ไม่ได้ต้องการจะเข้าไปจัดการงบประมาณสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ด้วยตัวเอง เพียงแต่ได้มีการหารือกันระหว่าง สธ.และ สปสช. เพื่อวางหลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณประจำปีของ สปสช.ให้ลงไปยังพื้นที่และเขตบริการสุขภาพให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยซ้ำ ซึ่งในส่วนนี้ สปสช.เป็นผู้เสนอมาเอง และ สธ.ก็ไม่มีอำนาจในการเข้าไปจัดการเงินเหมาจ่ายรายหัว เพราะ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กำหนดให้ สปสช.เป็นผู้ทำหน้าที่นี้ และจำเป็นต้องจ่ายไปยังเครือข่ายสถานบริการโดยตรง ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้
นพ.ประดิษฐ กล่าวว่า การให้ผู้ตรวจราชการ สธ. เป็นผู้ว่าการเขตสุขภาพนั้น ไม่ใช่การรวบอำนาจ เพราะจะมีการควบคุมโดยบอร์ดของแต่ละเขตสุขภาพ ซึ่งมีสัดส่วนตัวแทนของทั้งโรงพยาบาลกองทัพ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย รวมถึงโรงพยาบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คอยควบคุมเป็นไปตามระบบตรวจสอบและถ่วงดุล
นพ.ประดิษฐ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระบบหลักประกันสุขภาพอยู่ที่ 2 แสนล้านบาทต่อปี ถ้ารวม 3 ระบบ คือ สวัสดิการข้าราชการ ประกันสังคม และประกันสุขภาพ อยู่ที่ 3 แสนล้านบาทต่อปี และยังมีนอกระบบอีกประมาณ 1 แสนล้านบาท และจะมากขึ้นในอนาคตจากการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จึงมีแนวคิดที่จะปรับปรุงระบบบริการ เป็นที่มาของการปฏิรูประบบบริการสาธารณสุข โดยใช้ยุทธศาสตร์เขตสุขภาพ เพื่อสร้างอำนาจในการต่อรองมากขึ้น
นอกจากนี้ นพ.ประดิษฐ ยังได้บรรยายให้แพทย์สาธารณสุขจังหวัดและผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยระบุว่า สธ.จะต้องเข้าไปเสริมหน้าที่ของ สปสช. เนื่องจากที่ผ่านมา สปสช.เป็นผู้กำหนดนโยบายด้วยและทำกองทุนย่อย โดยที่ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้จัดลำดับความสำคัญ จนกองทุนย่อยต่างๆ ตั้งขึ้นตามแรงล็อบบี้ของแต่ละกลุ่ม ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นมาก็ต้องมีอยู่ต่อไป







