
พลังของ...ดอกเบี้ยทบต้น
วันนี้ผมอยากพาคุณผู้อ่านบางท่านที่ยังไม่คุ้นเคยกับ “ดอกเบี้ยทบต้น” มาทำความรู้จักและเข้าใจถึงพลังของดอกเบี้ยทบต้นกันซักหน่อย
วันนี้ผมอยากพาคุณผู้อ่านบางท่านที่ยังไม่คุ้นเคยกับ “ดอกเบี้ยทบต้น” มาทำความรู้จักและเข้าใจถึงพลังของดอกเบี้ยทบต้นกันซักหน่อย
นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังก้องโลกชาวอเมริกันที่มีชื่อว่า อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) เคยกล่าวถึง “ดอกเบี้ยทบต้น” ไว้ว่า “The Greatest Discovery of All Time.” แปลตามความได้ว่า “ดอกเบี้ยทบต้นเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุด...ตลอดกาล”
อันที่จริงแล้ว การทำงานของดอกเบี้ยทบต้นก็มาจาก “อัตราผลตอบแทน” นั่นเอง การทำงานของดอกเบี้ยทบต้นก็คือ การที่นำดอกผลที่ได้มาในแต่ละครั้งกลับเข้าไปลงทุนอีก...ครั้งแล้ว...ครั้งเล่า และการทำงานของดอกเบี้ยทบต้นก็จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยอยู่ด้วยกัน 3 ข้อ นั่นคือ
ปัจจัย 3 ข้อ ที่มีผลต่อการทำงานของ...“ดอกเบี้ยทบต้น”
หนึ่ง เงินต้น หรือจำนวนเงินที่จะลงทุน
สอง ระยะเวลาที่ลงทุน
สาม อัตราผลตอบแทน
เพื่อที่จะให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ผมขอสมมติว่า คุณผู้อ่านมีเงินอยู่ 1,000,000 บาท แล้วนำไปฝากเงินในธนาคารในอัตราผลตอบแทน 10% ต่อปี พอผ่านไป...ปีแล้ว...ปีเล่า ก็นำดอกเบี้ยที่ได้ลงทุนเข้าไปอีก ซึ่งสามารถแสดงให้เห็นได้ง่ายๆ ดังนี้ครับ
ที่แสดงให้เห็นด้านบนนี้ก็คือ ต้นปีที่ 1 ฝากเงินไว้กับธนาคาร 1,000,000 บาท ด้วยอัตราผลตอบแทน 10% ต่อปี พอสิ้นปีก็ได้รับดอกเบี้ย 100,000 บาท ดังนั้น เงินรวมสิ้นปีจึงเป็น 1,100,000 บาท
พอมาถึงปีที่ 2 ก็เอาดอกเบี้ยที่ได้ตอนสิ้นปีที่ 1 ซึ่งจะได้รับดอกเบี้ยเท่ากับ 10% ของเงินฝาก 1,000,000 บาท ก็จะเป็นเงิน 100,000 บาท จากนั้นก็นำดอกเบี้ยที่ได้มาฝากเงินต่อเข้าไปอีกทำให้เงินต้นในต้นปีที่ 2 กลายเป็น 1,000,000+100,000 = 1,100,000 บาท ก็ทำเช่นนี้ไปทุกๆ ปี
พอมาถึงสิ้นปีที่ 8 ก็พบว่า เงินก้อนดังกล่าวก็ได้เติบโตขึ้นเกินสองเท่าของเงินต้นแล้วหรือมากกว่า 2,000,000 บาทนั่นเอง
ในทางกลับกัน หากเราเอาดอกเบี้ยที่ได้รับมาในแต่ละปี...ถอนออกมาเก็บไว้เฉยๆ ไม่ไปฝากเงินต่อ ก็จะทำให้เงินต้นในแต่ละปีอยู่ที่ 1,000,000 บาทเท่านั้น
ดังนั้น ถ้าต้องการให้เงินก้อนนี้กลายเป็น 2 เท่า ก็จะต้องใช้ระยะเวลายาวนานถึง 10 ปี นั่นคือ เงินต้น 1,000,000 บาท รวมกับดอกเบี้ยอีกปีละ 100,000 บาท อีก 10 ปี จึงกลายเป็นเงินรวมจำนวน 2,000,000 บาท ดังนั้น การนำดอกเบี้ยมาฝากเงินต่อทุกๆ ปี ก็ทำให้เงินก้อนนี้กลายเป็น 2 เท่า ซึ่งใช้เวลาเพียง 8 ปีเท่านั้น แทนที่จะใช้เวลาถึง 10 ปี หรือเร็วขึ้นถึง 2 ปี นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม วิธีการที่ผมใช้ข้างต้นนั้นดูจะเป็นวิธีการที่ยุ่งยาก ซึ่งในชีวิตจริง...เราคงต้องการวิธีการที่รวดเร็ว...และแค่พอประมาณการได้ก็พอ
ผมจึงอยากจะขอพาคุณผู้อ่านไปรู้จักกับเลขมหัศจรรย์ตัวหนึ่ง เลขมหัศจรรย์ที่ผมจะกล่าวถึงในที่นี้ก็คือ เลข 72 ซึ่งจะเป็นตัวเลขที่จะทำให้คุณผู้อ่านรู้ว่า ด้วยอัตราดอกเบี้ยทบต้นเท่าไร ภายในระยะเวลาเท่าไร เราจะได้เงินเพิ่มเป็น “2 เท่า” ของเงินที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน
ส่วนวิธีการที่เราจะนำเลขมหัศจรรย์ 72 มาใช้ก็คือ ให้เอาเลข 72 ตั้ง แล้วหารด้วยอัตราผลตอบแทนหรืออัตราดอกเบี้ยนั้นๆ เลย แล้วก็จะออกมาเป็นจำนวนปีคร่าวๆ ในที่นี้ เราสมมติไปแล้วว่า ธนาคารจะให้อัตราดอกเบี้ย 10% ต่อปี เราก็เอาเลข 72 ตั้งหารด้วยอัตราดอกเบี้ย...นั่นก็คือ 72/10 = 7.2 ปีนั่นเอง
สรุปง่ายๆ ว่า ถ้าเราอยากรู้ว่าด้วยอัตราดอกเบี้ยเท่านั้นเท่านี้ จะทำให้เงินของเรากลายเป็น 2 เท่าได้ในระยะเวลานานแค่ไหน? ก็ให้ใช้วิธีการข้างต้นเท่านั้นเอง ลองดูตัวอย่างเพิ่มเติมกันซักหน่อย
ด้วยตัวเลขข้างต้น ถ้าคุณผู้อ่านมีเงินอยู่ 1,000,000 บาท แล้วนำไปฝากธนาคารที่ให้ผลตอบแทนประมาณ 3% คุณผู้อ่านก็คงจะต้องใช้เวลาถึง 24 ปี กว่าเงินจำนวนดังกล่าวจะกลายเป็น “2 เท่า” หรือเป็นเงิน 2,000,000 บาทได้ พูดกันง่ายๆ ก็คือ หากมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ...ยังจะคิดฝากเงินทั้งหมดไว้กับธนาคารอยู่ร่ำไป ชาตินี้...ก็คงจะไม่มีวันได้พบกับคำว่า “อิสรภาพทางการเงิน”
แต่ถ้าหากเรานำเงินจำนวนเดียวกันไปลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในทองคำ อสังหาริมทรัพย์ ตลาดหุ้น หรืออื่นๆ และคาดว่าจะได้ผลตอบแทนประมาณ 10% ก็จะทำให้เงินของเรางอกเงยเป็น 2 เท่า หรือ 2,000,000 บาท ภายในเวลาประมาณ 7.2 ปี (ตามตารางข้างต้น) หรืออาจกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า เราจะมีเงินเป็น 2 เท่า เร็วขึ้น 247.2 = 16.8 ปี เมื่อเทียบกับวิธีการฝากเงิน
ดังนั้น...หากต้องการที่จะบรรลุถึง “อิสรภาพทางการเงิน” ในเร็ววันก็จงทำทุกอย่างเพื่อให้เข้าเงื่อนไขทั้ง 3 ข้อของปัจจัยที่ทำให้เกิด “พลังของดอกเบี้ยทบต้น” นั่นคือ
หนึ่ง เงินต้น ออมเงิน...ให้มากที่สุด...เพื่อเป็นเงินตั้งต้นที่มีพลัง
สอง ระยะเวลาที่ลงทุน เริ่มออมเงิน...ให้เร็วที่สุด
สาม อัตราผลตอบแทน แสวงหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด...ที่ความเสี่ยงสามารถจัดการได้
โชคดีในการลงทุนนะครับ







