posttoday
"ทวาย" แป้ก! ญี่ปุ่นไม่สนใจจริง

"ทวาย" แป้ก! ญี่ปุ่นไม่สนใจจริง

03 ตุลาคม 2556

สำนักข่าวอิรวดีรายงานเชิงวิเคราะห์โครงการทวาย ซึ่งรัฐบาลไทยและรัฐบาลพม่ากำลังมีความร่วมมือและเชิญรัฐบาลญี่ปุ่นมาเป็นหุ้นส่วนในการลงทุน โดยอ้างความเห็นของ ซีน เทอร์เนล ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ ที่ระบุว่า รัฐบาลญี่ปุ่นอาจไม่สนใจโครงการทวายอย่างแท้จริง การขอเวลาในการศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมอาจเป็นเพียงข้ออ้างในการซื้อเวลาและทำให้ฝ่ายไทยไม่รู้สึกเสียหน้ามากนัก

สำนักข่าวอิรวดีรายงานเชิงวิเคราะห์โครงการทวาย ซึ่งรัฐบาลไทยและรัฐบาลพม่ากำลังมีความร่วมมือและเชิญรัฐบาลญี่ปุ่นมาเป็นหุ้นส่วนในการลงทุน โดยอ้างความเห็นของ ซีน เทอร์เนล ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ ที่ระบุว่า รัฐบาลญี่ปุ่นอาจไม่สนใจโครงการทวายอย่างแท้จริง การขอเวลาในการศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมอาจเป็นเพียงข้ออ้างในการซื้อเวลาและทำให้ฝ่ายไทยไม่รู้สึกเสียหน้ามากนัก

“คิดว่าชาวญี่ปุ่นไม่ได้สนใจในโครงการทวายเลย เป็นเพียงความพยายามของฝ่ายไทยซึ่งเป็นหัวหอกโครงการที่อยากได้รับเงินทุนสนับสนุนจากญี่ปุ่นเพื่อใช้ในการโปรโมตโครงการ” เทอร์เนล กล่าว และว่า ตัวแทนจากญี่ปุ่นอาจแสดงความสนใจโครงการเพื่อให้เกียรติรัฐบาลไทย ขณะที่ในความเป็นจริงรัฐบาลญี่ปุ่นคงไม่ลงทุนในทวายและหันไปให้ความสนใจกับโครงการนิคมอุตสาหกรรมท่าเรือน้ำลึก ติละวา ใกล้ตัวเมืองย่างกุ้ง

สำนักข่าวพม่าเท้าความต่อไปว่า เป็นเวลาหลายปีที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ของไทยพยายามขอความร่วมมือจากญี่ปุ่นให้มาลงทุนในโครงการทวาย หลังบริษัทก่อสร้าง อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ประกาศว่า ไม่มีงบประมาณพอจะดำเนินโครงการนี้ อย่างไรก็ตาม โครงการทวายมีแนวโน้มที่จะเอื้อประโยชน์ให้แก่ฝั่งไทยเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทำให้โครงการนี้ยิ่งไม่เป็นที่สนใจของรัฐบาลญี่ปุ่นและพม่า นอกจากนี้ยังมีกระแสต่อต้านจากนักเคลื่อนไหว ซึ่งบริษัทญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่อยากเผชิญความเสี่ยงถูกชาวพื้นเมืองต่อต้าน

ในอีกด้านหนึ่ง สำนักข่าวอิรวดีของพม่าตามติดรายงานสถานการณ์ผู้อพยพชาวพม่าในประเทศไทย โดยอ้างผลสำรวจของสำนักงานผู้ว่าการใหญ่แห่งสหประชาชาติเพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยสงคราม (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ที่ระบุว่า 9 ใน 10 ของผู้อพยพจำนวนกว่า 4 หมื่นคน ซึ่งอาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยแม่ลา จ.ตาก เห็นตรงกันว่าไม่ต้องการกลับไปอาศัยในประเทศพม่าอีก โดยยอมเดินทางไปอยู่ในประเทศที่สาม หรืออาศัยในประเทศไทยตลอดไปดีกว่า

ตัวเลขจากยูเอ็นเอชซีอาร์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันไทยมีจำนวนผู้อพยพกว่า 1.2 แสนคน อาศัยอยู่ตามแนวตะเข็บชายแดนไทยพม่า ซึ่งบางคนอาศัยมามากกว่า 30 ปี นับแต่เกิดความวุ่นวายทางการเมืองในพม่า

“ความกังวลส่วนใหญ่ของผู้อพยพที่กลัวการย้ายกลับคือเรื่องของความปลอดภัย การได้รับสัญชาติ ความกังวลเรื่องปากท้อง สิทธิในการครอบครองที่ดิน รวมถึงสาธารณูปโภคที่อาจไม่สะดวกสบายเท่าในไทย” วิเวียน ถัง โฆษกของยูเอ็นเอชซีอาร์ กล่าว และว่า การที่ยูเอ็นเอชซีอาร์ไม่สามารถนำส่งผู้ลี้ภัยทั้งหมดกลับภูมิลำเนาได้ ส่วนหนึ่งมาจากภาวะวุ่นวายที่ยังไม่สงบดี ปัญหากับระเบิดที่ยังไม่ได้เก็บกู้ และความพร้อมของสาธารณูปโภค

นอกจากนี้ ถัง ยังชี้ว่า ไทยควรจัดอบรมทักษะอาชีพให้แก่ผู้ลี้ภัย เพราะผู้อพยพส่วนใหญ่เห็นว่าหากต้องกลับพม่าจริง คงทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์เพื่อยังชีพ อย่างไรก็ตาม ผู้อพยพที่อาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยปัจจุบันกว่าครึ่งหนึ่งไม่มีสิทธิตั้งรกรากอยู่ในประเทศไทยหรือประเทศอื่น เพราะไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้อพยพอย่างถูกกฎหมายจากยูเอ็นเอชซีอาร์

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง