posttoday
เพื่อไทยยื่นซักฟอกเกมชิงพื้นที่สื่อช่วยเสื้อแดง

เพื่อไทยยื่นซักฟอกเกมชิงพื้นที่สื่อช่วยเสื้อแดง

28 เมษายน 2553

การปรับแผนงัด “ดาบสอง” ดึงเกมนอกสภาที่กำลังเพลี่ยงพล้ำเข้ามาในสภา ที่พร้อมจะรับไม้ต่อจากเสื้อแดงขึ้นอยู่ที่ว่าผลสุดท้ายระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้าน

การปรับแผนงัด “ดาบสอง” ดึงเกมนอกสภาที่กำลังเพลี่ยงพล้ำเข้ามาในสภา ที่พร้อมจะรับไม้ต่อจากเสื้อแดงขึ้นอยู่ที่ว่าผลสุดท้ายระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้าน

โดย...ทีมข่าวการเมือง

การพลิกเกมของพรรคเพื่อไทย โดยการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ถือเป็นการปรับทัพกดดัน “รัฐบาล” ยกใหม่

แม้ท่าทีก่อนหน้านี้ “พรรคเพื่อไทย” จะเปิดทางให้ “เสื้อแดง” แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นฝ่ายเปิดเกมรุกกดดันรัฐบาลให้ยุบสภา ผ่านกระบวนการ “นอกสภา” ที่สามารถเขย่าจนรัฐบาลออกอาการ จนนำมาสู่ “โรดแมป” ยุบสภาใน 9 เดือน

 

เพื่อไทยยื่นซักฟอกเกมชิงพื้นที่สื่อช่วยเสื้อแดง

ยิ่งภายหลังเพลี่ยงพล้ำจากการสลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 10 เม.ย. จนมีผู้เสียชีวิต 25 คน บาดเจ็บอีกนับ 800 คน จนเกือบจะต้องนับถอยหลังอายุรัฐบาล ถึงขั้น “เพื่อไทย” ถอดใจจะไม่ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อข้อเรียกร้อง “ยุบสภา”

พร้อมกันนี้ทุ่มเทสรรพกำลังลงไปสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงแบบเต็มตัว หวังเผด็จศึกรัฐบาลให้ได้เร็ววัน ทว่าหลังจากทิศทางลมเปลี่ยน รัฐบาลสามารถยืนระยะ และเป็นฝ่ายแดงที่ “อ่อนแรง” ในวันที่กลุ่มหนุนรัฐบาลเริ่มออกมาแสดงพลังมากขึ้น

ชนิดที่ “เสื้อแดง” ต้องยอมกลับมาเสนอ|เงื่อนไขยุบสภาใน 30 วันอีกรอบ แต่ถูกรัฐบาลปฏิเสธแบบไม่มีเยื่อใย ไปจนถึงการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ถอด “เสื้อแดง” หันมาสวมเสื้อคละสี หลีกเลี่ยงการถูกสลายการชุมนุมในวันที่มวลชนเริ่มร่อยหรอหลังจากปักหลักชุมนุมมากว่า 43 วัน

ไม่แปลกที่ “เพื่อไทย” ต้องกลับมาทบทวนท่าทีกันใหม่หลัง “ดาบแรก” กับเกมนอกสภา ที่ทำได้แต่ให้รัฐบาล “เป๋” แต่ยังไม่ถึงขั้น “ล้ม” การฉวยจังหวะนี้ออกมาซ้ำ “ดาบสอง” เปิดเกมบีบในสภา ผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงถือเป็นยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดขณะนี้
สอดรับกับเงื่อนเวลาใกล้ปิดสมัยประชุมสภาสมัยสามัญในวันที่ 20 พ.ค. นี้ ไม่รวมกับกระบวนการเสนอญัตติและขั้นตอนการบรรจุระเบียบวาระเข้าสู่ที่ประชุม ที่หากไม่ทันช่วงนี้ นอกจากเสียโอกาสแล้วยังต้องรออีกหลายเดือนกว่าจะเปิดสมัยประชุมต่อไป

เดิมทีการอภิปรายฯ ถูกชะลอออกไปด้วยเหตุผลสำคัญ คือ จะทำให้เงื่อนไขการยุบสภาที่กลุ่มคนเสื้อแดงออกมาเรียกร้องต้องปิดตาย เนื่องจากรัฐธรรมนูญระบุห้ามรัฐบาลยุบสภาหลังมีการยื่นญัตติอภิปรายฯ ทำให้การเคลื่อนไหวที่ผ่านมาของกลุ่มคนเสื้อแดงต้องสูญเปล่า

ทว่า หลังจากนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกมาประกาศท่าทีชัดเจนไม่ “ยุบสภา” เงื่อนไขนี้จึงหมดความสำคัญลงไป หรือวันใดที่ “รัฐบาล” จะยุบสภาขึ้นมาจริงๆ พรรคเพื่อไทย ก็สามารถถอนญัตติดังกล่าวเพื่อเปิดให้รัฐบาลยุบสภาได้

ดูเป้าหมายการอภิปรายฯ ครั้งนี้ นอกจากเรื่อง “ทุจริต” ที่มีแผลอยู่ในหลายโครงการหลายกระทรวง จนมีข่าวออกมาเป็นระยะ ฉุดทำลายภาพรัฐบาล “มือสะอาด” ยิ่งจากโครงการที่เกิดขึ้นภายใต้โครงการไทยเข้มแข็งด้วยงบประมาณมหาศาล จนสั่นคลอนรัฐบาลมาหนหนึ่ง ก่อนถูกเบนความสนใจไปด้วยการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง

ยิ่งได้ “แผลใหม่” จากมาตรการรับมือการชุมนุมของ “เสื้อแดง” ตั้งแต่ช่วงการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาจนถึงเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. ที่ถูกโจมตีทั้งเรื่องการนำอาวุธสงครามเข้ามาใช้สลายการชุมนุม จนนำมาสู่การสูญเสียครั้งใหญ่ ยิ่งจะทำให้น้ำหนักการอภิปรายฯ สามารถสั่นคลอนรัฐบาลได้มากขึ้น

แม้สุดท้ายในการลงมติเป็นที่ชัดเจนว่า หากการอภิปรายฯ ไม่ทำให้รัฐบาลไม่เพลี่ยงพล้ำจนกระแสสังคมไม่เอาด้วย พรรคร่วมรัฐบาลย่อมพร้อมใจกันลงมติ “ไว้ใจ” ต่ออายุประคองรัฐบาลฝ่าวิกฤตต่อไป

พรรคเพื่อไทยเองย่อมอ่านเกมออก และไม่ได้คาดหวังผลการลงมติฯ เมื่อเป้าใหญ่การอภิปรายฯ อยู่ที่การใช้เวทีสภาและการถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวีเป็นเครื่องมือสื่อสารไปถึงประชาชนทั่วประเทศ “โจมตี” การบริหารงานได้อย่างเต็มที่แบบไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ

ท่ามกลางสถานการณ์ที่เครื่องมือสื่อสารของกลุ่ม “เสื้อแดง” ถูกปิดกั้นตัดสัญญาณ ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ เว็บไซต์ จนการสื่อสารจากแกนนำไปถึงประชาชน ถูกตัดขาดจนกระแสที่เคยปลุกเร้าเริ่มแผ่วลงไป หลังจากรัฐบาล “โหมรุก” ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อของรัฐ

ยิ่งในวันที่ความ “คลุมเครือ” จากเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. ยังถูกทั้งสองฝ่ายนำมาหาประโยชน์ ด้วยบรรดาคลิป หลักฐานต่างๆ ที่งัดมาหักล้างปัดความรับผิดชอบ โยนความผิดไปให้ฝ่ายตรงข้าม การอภิปรายครั้งนี้จึงจะเป็นโอกาสให้เกิดการหักล้างข้อมูลผ่านคลิปต่างๆ ที่เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจ้องจะสอดแทรกเข้ามาเพื่อสื่อไปให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบนอกเหนือจากซีดีที่ทำแจกไปก่อนหน้า

โดยเฉพาะเป้าใหญ่ ทั้งนายกฯ อภิสิทธิ์ และสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้รับผิดชอบเหตุการณ์ทั้งหมด ย่อมสั่นสะเทือนไปไม่มากก็น้อยกับการอภิปรายครั้งนี้ และกระทบไปถึงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นตามมา

แถมพ่วงมากับพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะเป็น ชวรัตน์ ชาญวีรกูล และโสภณ ซารัมย์ ที่ผลจากการอภิปรายครั้งนี้จะทำลายความน่าเชื่อถือได้ระดับหนึ่ง และส่งผลไปถึงการเลือกตั้ง ยิ่งในพื้นที่ที่ต้องแข่งกับพรรคเพื่อไทย

หนำซ้ำหลังการเสร็จศึกอภิปราย หากกลุ่ม “เสื้อแดง” ที่ยังปักหลักชุมนุมยืดเยื้อ ยังสามารถหยิบประเด็นในสภามาขยายผลนอกสภา เพิ่มน้ำหนักให้การเคลื่อนไหว ของ นปช. กดดันรัฐบาลมีน้ำหนัก และมีพลังเพียงพอจะเขย่าความชอบธรรมรัฐบาลได้มากขึ้น

การปรับแผนงัด “ดาบสอง” ดึงเกมนอกสภาที่กำลังเพลี่ยงพล้ำเข้ามาในสภา ที่พร้อมจะรับไม้ต่อจากเสื้อแดงในการกดดันรัฐบาล ขึ้นอยู่ที่ว่าผลสุดท้ายระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้าน ใครจะสามารถใช้เวทีสภาแห่งนี้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองมากกว่ากัน โดยเฉพาะการชิงพื้นที่สื่อ ที่ระยะหลังฝ่ายค้านและกลุ่มคนเสื้อแดงตกเป็นรอง หลังรัฐบาลปิดทีวีเสื้อแดงสำเร็จ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท