
ตั้งค่าหัวค้านเขื่อนแม่วงก์
อ.รังสิตโพสต์เฟซบุ๊กตกเป็นเป้าปองร้ายสบอช.รับอีเอชไอเอยังไม่สมบูรณ์
อ.รังสิตโพสต์เฟซบุ๊กตกเป็นเป้าปองร้ายสบอช.รับอีเอชไอเอยังไม่สมบูรณ์
นักวิชาการแกนนำค้านเขื่อนแม่วงก์ อ้างถูกหมายหัวจากนักการเมืองในพื้นที่
นายสมิทธ์ ตุงคะสมิต รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้ริเริ่มแคมเปญรณรงค์หยุดโครงการเขื่อนแม่วงก์ผ่านทาง www.change.org เปิดเผยว่า ได้รับการแจ้งข่าวจากเพื่อนในพื้นที่แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ว่านักการเมืองในท้องที่ได้ตั้งค่าหัวไว้ด้วยเหตุผลที่ว่า ออกมาคัดด้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์และมีแนวร่วมนับแสนคนในสังคมออนไลน์ที่สนับสนุน โดยขณะนี้ได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้แล้ว
“ผมได้แจ้งเรื่องนี้ในเฟซบุ๊กผมแล้ว เพราะต้องการบอกเพื่อนๆ ว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับผม ก็ขอให้สู้กันต่อ ส่วนการล่าชื่อคัดค้านเขื่อนแม่วงก์ตอนนี้ได้ถึงแสนรายชื่อแล้วและจะมีกิจกรรมต่อไป” นายสมิทธ์ กล่าว
สำหรับข้อความในเฟซบุ๊กที่นายสมิทธิ์เขียนไว้เมื่อวันที่ 2 ต.ค. มีเนื้อหาว่า “ผมก็ทำงานหลังไมค์ควบคู่กับอาจารย์ศศินมาโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ แต่เป้าหมายเพราะไปขวางทางผลประโยชน์เขาเต็มๆ ผมไม่เคยคิดว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้ บอกตรงๆ ว่ากลัวตาย ผมขี้ขลาดครับ ผมก็เป็นแค่อาจารย์เป็นประชาชนตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ทำโดยไม่เคยคิดจะไปขวางทางใคร ไม่มีเส้นสาย ไม่มีชื่อเสียง ไม่เกี่ยวข้อง และเกลียดการเมืองเอามากๆ ผมก็แค่อัดอั้นตันใจหลังจากได้ไปเขื่อนแม่วงก์หลายหน จึงคิดแคมเปญรณรงค์หยุดเขื่อนแม่วงก์ขึ้นมา”
ด้านนายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ชี้แจงคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ สภาผู้แทนราษฎร ว่าคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้สร้างเขื่อนแม่วงก์เมื่อเดือน เม.ย. 2555 ทั้งที่การทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งรายงานอีเอชไอเอ ปี 2540 ได้สนับสนุนให้มีการสร้างเขื่อนบริเวณพื้นที่เขาชนกัน แทนพื้นที่ปัจจุบัน เพราะหากไปสร้างที่เขาชนกันจะช่วยรองรับน้ำได้ 70% แต่หากก่อสร้างในพื้นที่ปัจจุบันจะรับน้ำได้ 3040% เท่านั้น ทั้งนี้ยินดีเข้าร่วมให้ข้อมูลด้านระบบนิเวศวิทยากับ สผ. แต่ขอให้เป็นไปในนามเครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
นายศศิน กล่าวว่า จากการเดินเท้าจำนวน 388 กิโลเมตร พบว่ามีคนในพื้นที่ เช่น เทศบาล ต.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ไม่เอาเขื่อนด้วย
นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เลขาธิการสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) ชี้แจงว่า รายงานอีเอชไอเอที่ระบุว่ายังไม่สมบูรณ์นั้น นายกฯ ได้ให้นโยบายว่าพร้อมจะเชิญนายศศินและประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ดังนั้นขณะนี้ต้องรอรายงานอีเอชไอเอฉบับใหม่ก่อนถึงจะสร้างเขื่อนแม่วงก์ได้







