
มติศาลไม่สั่งชะลอทูลเกล้าฯรธน.
ชี้ยังไม่มีเหตุจำเป็นปูดีใจยันยึดหลักกม.ปชป.จี้ถอนกลับมา
ชี้ยังไม่มีเหตุจำเป็นปูดีใจยันยึดหลักกม.ปชป.จี้ถอนกลับมา
ตุลาการศาล รธน. ยกคำร้องกลุ่ม สว. 40 ไม่สั่งชะลอทูลเกล้าฯ ถวายให้เหตุผลเคยยกคำขอแล้ว
ที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยกคำร้องของ พล.อ.สมเจตน์บุญถนอม สว.สรรหาและคณะ ที่ขอให้วินิจฉัยสั่งห้ามนายกรัฐมนตรีไม่ให้นำร่างรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของ สว.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เนื่องจากคำร้องดังกล่าวเป็นกระบวนการต่อเนื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญ เคยพิจารณาและมีคำสั่งยกคำขอแล้ว ประกอบกับข้อเท็จจริงตามคำร้องยังไม่มีเหตุจำเป็นให้คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไปยังนายกรัฐมนตรี
อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้รับคำร้องของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ยื่นขอให้วินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มา สว.เป็นโมฆะเนื่องจากมีหลักฐานการเสียบบัตรลงมติแทนกันของ สส.
ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้แสดงอาการดีใจหลังทราบมติศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมกล่าวสั้นๆ เพียงว่า “แสดงว่าดีใช่มั้ยคะ”
ก่อนหน้าคำสั่งศาลฯ จะออกมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวย้ำ ถึงเหตุผลการทูลเกล้าฯ ถวาย ว่า เพราะกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ ได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาและได้มีหนังสือแจ้งมาว่ารัฐสภาผ่านความเห็นชอบวาระ 3 ซึ่งถือเป็นอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ และในฐานะนายกรัฐมนตรีก็มีหน้าที่นำเสนอตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ โดยไม่สามารถไปยึดตามหลักอื่นได้
สำหรับในส่วนของความเห็นนั้น ก็มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ดังนั้นรัฐบาลก็ต้องยึดตามหลักของข้อกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นหลัก ซึ่งขั้นตอนต่างๆ ถือว่าเสร็จสมบูรณ์
ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ฝ่ายค้านจะทำหนังสือถึงนายกฯ เพื่อขอให้กราบบังคมทูลขอคืนเรื่องดังกล่าวกลับมา เพราะควรรอผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาก่อน อีกทั้งนายกฯ ได้รับทราบแล้วว่ามีฝ่ายค้านและ สว.ยื่นเรื่องคัดค้านตามมาตรา 68 และ 154 ของรัฐธรรมนูญไว้แล้ว
นอกจากนี้ อยากให้ประธานรัฐสภาเร่งส่งเรื่องที่ฝ่ายค้านเสนอให้นายกฯ ชะลอการทูลเกล้าฯ ถวายตามมาตรา 154 ไปให้นายกฯ โดยด่วนด้วย หากยังดึงเรื่องก็เสี่ยงที่จะทำผิดรัฐธรรมนูญเสียเอง
“ที่ผ่านมานายกฯ รับทราบมาโดยตลอดว่ามีการยื่นเรื่องคัดค้าน แต่กลับมีพฤติกรรมเร่งรัดการทูลเกล้าฯ ถวายทั้งที่ควรใช้ดุลพินิจก่อน การทำเช่นนี้เท่ากับไม่สำเหนียกในเสียงคัดค้าน หากเกิดอะไรขึ้นนายกฯ ต้องรับผิดชอบ” นายจุรินทร์ กล่าว







