
บาทจ่อแขง
นักลงทุนผวาสหรัฐถูกหั่นเรตติ้งเตรียมโยกเงินกลับภูมิภาคเอเชียแบงก์ชาติลั่นมีมาตรการรับมือแล้ว
นักลงทุนผวาสหรัฐถูกหั่นเรตติ้งเตรียมโยกเงินกลับภูมิภาคเอเชียแบงก์ชาติลั่นมีมาตรการรับมือแล้ว
สศค. คาดสหรัฐจะขยายเพดานก่อหนี้ จับตาทุนนอกไหลเข้ากดดันเงินบาทแข็ง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังติดตามผลกระทบจากภาวะ “ชัตดาวน์” ที่ไม่สามารถผ่านงบประมาณปี 2557 มาใช้ได้ และในวันที่ 17 ต.ค.นี้ รัฐสภาสหรัฐจะพิจารณาขยายเพดานหนี้สาธารณะ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลก
“หากไม่มีการขยายเพดานการก่อหนี้สาธารณะจากปัจจุบันอยู่ที่ 14.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จะทำให้สหรัฐชำระหนี้คืนไม่ได้ เกิดวิกฤตความเชื่อมั่น และทำให้อันดับเครดิตประเทศถูกลด ซึ่งจะส่งผลให้ดอกเบี้ยในสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น” นายเอกนิติ กล่าว
นอกจากนี้ ต้องติดตามมาตรการ ผ่อนคลายทางการเงิน (คิวอี)สิ้นเดือนนี้ ว่า จะมีผลออกมาอย่างไร หากตลาดและนักลงทุนเชื่อว่าสหรัฐไม่กล้าถอนคิวอี จะมีผลให้เงินทุนไหลกลับเข้ามาในภูมิภาคนี้ รวมทั้งไทย ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นอีกรอบ
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการ สศค. ระบุว่า หากสหรัฐไม่สามารถขยายเพดานหนี้ได้ จะกระทบต่อความเชื่อมั่นที่ลดลงทันที ส่งผลให้นักลงทุนอาจถอนการลงทุนออกจากตลาดสหรัฐมาลงทุนในประเทศแถบเอเชียมากขึ้น
ดังนั้นธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์เงินทุนไหลเข้าและออกที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะความผันผวนที่จะมีผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนในกรณีที่มีเงินเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งเชื่อว่าเครื่องมือที่ ธปท. มีอยู่สามารถรองรับสถานการณ์ในอนาคตได้
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะกระทบเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาสล่าสุดเพียง 0.1% เท่านั้น เพราะหน่วยงานที่ปิดส่วนใหญ่ไม่ใช่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ และเชื่อว่าสหรัฐจะหาทางออกได้ และจะไม่มีผลต่อเอกชนไทย
นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธปท. กล่าวว่า ในระยะสั้นจะดูปริมาณเงินทุนเคลื่อนย้ายว่ามีมากน้อยแค่ไหน ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเป็นรายวัน เพื่อนำมาประเมินว่ามีผลกระทบกับเศรษฐกิจและตลาดเงินอย่างไร โดยเฉพาะค่าเงินบาท
นายเมธี กล่าวว่า ในเรื่องการขอขยายเพดานหนี้ เพราะสหรัฐมีระดับหนี้สาธารณะติดเพดานหนี้น่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญและน่าจับตามากกว่า เพราะหากขยายเพดานไมได้รัฐบาลสหรัฐฯอาจจะถึงกับผิดนัดชำระหนี้ได้ ซึ่งกระทบความเชื่อมั่นมาก แต่เชื่อว่าขณะนี้คงมีความพยายามที่จะเจรจากันอยู่ อย่างไรก็ตาม คาดว่าการไม่ขยายเพดานหนี้ของสหรัฐน่าจะไม่เกิดขึ้น เพราะมีผลกระทบค่อนข้างมาก ซึ่งเรื่องนี้คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะการเมืองสหรัฐฯดูยาก และบ่อยครั้งที่ตัดสินใจในนาทีสุดท้าย
เชื่อว่ามาตรการดูแลค่าเงินที่ ธปท.มีอยู่เพียงพอที่จะรับมือได้







